หลักการและเหตุผล
จากการประชุมสมัชชาคณะกรรมการคาทอลิกเพื่อเยาวชนสมียสามัญ ครั้งที่ 32 ปี ค.ศ. 2008 คณะกรรมการอำนวยการฯ มีมติเห็นขอบสนับสนุนให้
มีการจัดอบรมผู้นำเยาวชนระดับทีมประสานงาน โดยให้ศึกษาความเป็นไปได้ในการจัดการอบรมนี้ ในปี ค.ศ. 2009 เพื่อให้ผู้นำเยาวชนที่มีบทบาทประสานงาน
ให้มีทักษะความชำนาญในการดำเนินงานพันธกิจเยาวชนสามารถช่วยเหลืองานวัด - สังฆมณฑล และองค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพตรงหับแนวทางของพระศาสนจักร
จุดประสงค์
1. เพื่อให้การศึกษาอบรมผู้ทำงานในระดับทีมประสานงานเยาวชน ให้เกิดความชำนาญและมีทักษะในงานอภิบาลเยาวชนตามแนวทางของพระศาสนจักรมากยิ่งขึ้น
2. เพื่อส่งเสริมความเป็นหนึ่งเดียว มิตรภาพอันดีระหว่างผู้ที่อุทิศตนทำงานอภิบาลเยาวชนให้มีความเน่นแฟ้นและเข้มแข็ง
3. เพื่อส่งเสริมให้เกิดเครือข่ายงานเยาวชน เกิดการช่วนเหลือเกื้อกูลและแบ่งปันซึ่งกันและกัน
โครงการอบรมผู้นำเยาวชนในระดับทีมประสานงาน (Training for Trainer) จะจัดขึ้นระหว่างวันอังคารที่ 1 วันศุกร์ที่ 4 มิถุนายน 2010 ที่ บ้านซาวีโอ
อ.สามพราน จ.นครปฐม คุณพ่อวัชศิลป์ กฤษเจริญ ที่ปรึกษาแผนกเยาวชน ได้นำเสนอกระบวนการอบรมในแนวทางของ Alpha Course ซึ่งการฝึกอบรม
ผู้นำเยาวชนด้วยหลักสูตรนี้ประกอบด้วย
การทำความเข้าใจจุดประสงค์ของการประกาศข่าวดีกับเยาวชน ข้อมูลเบื้องต้น ยุทธวิธี การวางแผนและการเตรียมงาน
ทักษะการทำงานกับเยาวชน การภาวนา การตั้งทีมงาน การนำกลุ่ม
เนื้อหาสำหรับการอบรมเยาวชนเพื่อให้เป็นคริสตชนที่เข้มแข็งและการเป็นผู้ประกาศข่าวดีต่อไป
การฝึกอบรมจะประกอบด้วย ภาคหลักการ การฝึกปฏิบัติ โดยมีเอกสารประกอบชัดเจน
การฝึกอบรมโดยวิทยากรที่ได้ปฏิบัติจริงมาแล้วที่ประเทศมาเลเซีย และพวกเขาต้องการที่จะนำพระพรของพระเจ้ามาแบ่งปันให้กับบรรดาเยาวชนไทย
ทำความรู้จักกับ A l p h a C o u r s e
Alpha Course คืออะไร
Alapha course คือ การจัดการฝึกอบรมที่เปิดโอกาสให้คนทุกคนไม่ว่าจะเป็นคริสตชนแล้วหรือยังไม่ได้เป็นแต่มีความสนใจที่อยากจะเรียนรู้หลักธรรมคำสอน
ของคริสตศาสนาได้เข้ามาร่วมกันค้นหาและศึกษาความเชื่อของคริสตชนโดยผ่านกระบวนการเรียนรู้ที่ได้รับการออกแบบมาให้เหมาะกับความสนใจและ
ความต้องการของผู้สนใจ คือ การเรียนรู้ในลักษณะของความสนุกสนาน ผ่อนคลาย ไม่กดดัน ไม่ยัดเยียด โดยแบ่งการเรียนรู้ออกเป็นหน่วยการเรียนรู้ต่าง ๆ
อย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง ดังนั้นหลักสูตรของ Alpha สำหรับผู้ที่เป็นคริสตชนแล้วไม่ว่าจะสังกัดนิกายใดก็จะช่วยให้คริสตชนนั้นได้ทำการฟื้นฟูชีวิต
แห่งความเชื่อของตนขึ้นมาใหม่ ซึ่งถือว่าเป็นการ Re-Evangelization ให้กับตนเอง ส่วนบุคคลที่สนใจหรือยังไม่รู้จักพระเจ้า หลักสูตร Alpha จึงเป็นเสมือน
การประกาศข่าวดีแห่งความเชื่อหรือการแพร่ธรรมให้กับผู้นั้น
หลักสูตรของ Alpha จะช่วยให้ผู้ที่เข้าร่วมศึกษาได้ค้นหาคำตอบของชีวิตด้วยตัวของตนเองภายใต้การดลใจของพระจิตเจ้าที่ผ่านทางการจัดเตรียมเนื้อหา
และกระบวนการศึกษาอย่างดีของระบบ Alpha เอง โดยมีผู้นำ(Facilitators)ที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้กับผู้ศึกษา
กระบวนการฝึกอบรมของ Alpha มี 3 ขั้นตอนด้วยกัน คือ
- การสังสรรค์(meal) การสังสรรค์หรือการรับทานอาหารร่วมกันเป็นโอกาสให้ผู้เข้าร่วมโครงการได้สร้างความเป็นกันเอง การมีมิตรภาพที่ดีต่อกัน
การมีชีวิตที่เป็นหมู่คณะ
- การพูดคุย(talk) การพูดคุยเป็นการนำเสนอหลักธรรมคำสอนและความเชื่อของคริสตชน และ
- การอภิปรายในกลุ่มย่อย(discussion) เป็นโอกาสให้สมาชิกได้ซักถามถึงข้อสงสัยที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับหลักธรรมหรือความเชื่อที่ได้รับการประกาศนั้น
Alpha Course เหมาะสำหรับใคร
Alpha course เหมาะสำหรับทุกคนที่มีความปรารถนาที่จะเรียนรู้ถึงหลักธรรมคำสอนของคริสตชน หรือต้องการที่จะเรียนรู้ถึงความหมายของชีวิต
ปัจจุบันมีผู้ที่ผ่านหลักสูตรนี้จำนวนมาก 13 ล้านคน มีการจัดหลักสูตรนี้ในโบสถ์ ในบ้าน สถานที่ทำงาน โรงเรียน ค่ายทหาร ในคุก และสถานที่พักผ่อน
ของบุคคลที่เกษียรแล้วจำนวนนับเป็นพันเป็นหมื่นแห่งแล้ว Alpha Course คริสตศาสนานิกายใหญ่ได้นำหลักสูตรนี้ไปใช้อย่างได้ผลมาแล้ว
Alpha Course ทำอย่างไร
เราใช้ตัวอย่างของชื่อหลักสูตรเพื่ออธิบายว่าหลักสูตร Alpha จะดำเนินงานโดยมีหลักการอย่างไร เราใช้อักษรย่อเป็นฐานดังนี้ A.L.P.H.A.
A is for anyone (สำหรับทุกคน)
Alpha จัดขึ้นเพื่อทุกคนที่สนใจที่จะเรียนรู้หรือค้นหาความเชื่อของคริสตชน ซึ่งเราสามารถจัดกลุ่มบุคคลออกเป็น 5 ประเภทได้ดังนี้
1. บุคคลที่ไม่ได้เป็นคริสตชน
2. บุคคลที่ยังไม่ได้สังกัดโบสถ์หรือนิกายใด
3. บุคคลที่เพิ่งเข้ามาเป็นคริสตชนใหม่
4. บุคคลที่ต้องการฟื้นฟูความเชื่อขึ้นมาใหม่
5. บุคคลที่เข้ามาเป็นสมาชิกใหม่
L is for Learning and Laughter (เรียนอย่างมีความสุข)
เราสามารถเรียนรู้ความเชื่อด้วยความสนุกสนานได้ กระบวนการเรียนรู้ของ Alpha เป็นการให้ความรู้เรื่องความเชื่อด้วยความสนุกสนาน ทั้งในระหว่าง
การรับทานอาหารหรือการสังสรรค์และในการพูดคุยหรือการอภิปราย บรรยายการแห่งความสนุกสนานและการเป็นพี่น้องกันทำให้ทุกคนรู้สึกผ่อนคลาย
ไม่เครียด เราจะต้องพยายามหลีกเลี่ยงการกดดัน หรือความเหินห่าง เพราะจะทำให้สมาชิกของเราไม่สบายใจและไม่อยากจะเข้าร่วมโครงการของเราต่อไป
P is for Pizza (อาหาร ขนม)
การรับทานอาหารหรือขนมในการพบปะกันของ Alpha นี้เป็นเครื่องมือเพื่อการสร้างความสัมพันธ์และการเป็นพี่เป็นน้องต่อกันและกัน การรับทานอาหารว่าง
เล็ก ๆ น้อย ๆ ร่วมกันทำให้ทุกคนรู้สึกเป็นกันเองและมีอะไรที่จะพูดคุยต่อกันและกัน ทั้งเรื่องงานอดิเรก การงาน ชีวิตส่วนตัว การทานอาหารร่วมกันจึงเป็น
โอกาสให้เกิดการแบ่งปันต่อกันและกัน
H is for helping one another (การช่วยเหลือกันและกัน)
ลองนึกภาพดูว่าหลังจากการพบปะกันประจำสัปดาห์จะเกิดอะไรขึ้นกับกลุ่มของเรา ความเป็นเพื่อน การช่วยเหลือกันและกัน ความผูกพันต่อกันและกัน
ซึ่งสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นได้จากกระบวนการฝึกอบรมที่เราได้นำเสนอไปในแต่ละครั้ง
A is for ask anything (ตอบสนองความต้องการของทุกคน)
ในการให้การฝึกอบรมแบบ Alpha นี้จะให้ความสำคัญกับปัญหาหรือคำถามของสมาชิกที่เข้าร่วมกลุ่มด้วย จะไม่มองข้ามความรู้สึกของแต่ละคน
บางคนอาจจะเข้ามาพร้อมด้วยความโกรธ ความสับสน หรือความรู้สึกอย่างใดอย่างหนึ่ง ซึ่งทุกคนในกลุ่มจะต้องให้ความเคารพและใส่ใจ
เพราะ Alpha ถูกออกแบบมาเพื่อการนี้
หัวข้อการพูดคุยหรือคำสอนใน Alpha
หลักสูตร Alpha ประกอบด้วย 15 หัวข้อ ซึ่งจะใช้เวลา 10 สัปดาห์ ในแต่ละหัวข้อนั้นจะครอบคลุมถึงข้อความเชื่อสำคัญๆของคริสต์ศาสนา
และการนำเสนอในแต่ละหัวข้อนั้นจะมีการใช้การอภิปรายกลุ่ม หัวข้อสำคัญมีดังต่อไปนี้
1. Is there More to Life than This.(ชีวิตนี้ยังมีอะไรที่มากกว่าที่เป็นอยู่นี้อีกไหม)
2. Who is Jesus? (พระเยซูคือใคร)
3. Why did Jesus Die? (ทำไมพระเยซูจึงต้องตายด้วย)
4. How can we have faith? (ทำอย่างไรเราจึงจะมีความเชื่อ)
5. Why and how do I Pray? (ทำไมเราจึงต้องภาวนาและจะต้องภาวนาอย่างไร)
6. Why and how should I Read the bible? (ทำไมจึงต้องอ่านพระคัมภีร์และจะมีวิธีการอ่านพระคัมภีร์อย่างไร)
7. How does God Guide us? (พระเจ้าทรงนำทางเราอย่างไร)
8. Who is the Holy Spirit? (พระจิตเจ้าคือใคร)
9. What does the Holy Spirit do? (พระจิตเจ้าทรงปฏิบัติการอย่างไร)
10. How can I be Filled with the Holy Spirit? (ฉันจะมีชีวิตที่เต็มไปด้วยพระจิตเจ้าอย่างไร)
11. How can I Resist Evil? (ฉันจะต่อสู้กับจิตชั่วร้ายได้อย่างไร)
12. Why and how should I tell Others? (ทำไมฉันต้องประกาศข่าวดีแห่งความเชื่อและจะประกาศฯได้อย่างไร)
13. Does God Heal Today? (พระเจ้าทรงเยียวยารักษาโลกนี้อย่างไร)
14. Whats about the Church? (พระศาสนจักรคืออะไร)
15. How can I Make the Most of the rest of my Life? (ฉันจะใช้ชีวิตที่เหลือของฉันอย่างไร)