History of WYD 2011


    วันเยาวชนโลกคืออะไร?
    วันเยาวชนโลกแท้จริงคือการเดินทางแสวงบุญของเยาวชน เป็นการเฉลิมฉลองแห่งการเผชิญและความเป็นหนึ่งเดียวกันในความเอื้ออาทร
    การเชื้อเชิญให้ไปมีส่วนร่วมนี้จึงมีถึงเยาวชนทุกคนจากทั่วโลก  จุดประสงค์ของวันเยาวชนโลกมุ่งที่จะให้เยาวชนตอบสนองต่อความกังวลของสมเด็จ
    พระสันตะปาปา ยอห์น ปอล ที่ 2 ซึ่งได้แก่การรื้อฟื้นการประกาศพระวรสารซึ่งพระองค์ทรงปรารถนาที่จะให้เยาวชนทุกคนมีส่วนร่วม วันเยาวชนโลก
    เปิดโอกาสให้เยาวชนพบ “รหัสธรรมใหม่ๆของพระศาสนจักร” (ยอห์น ปอล 2) ในประสบการณ์สามัญแห่งการเดินทาง การสวดภาวนา และการนมัสการ

    ตลอดเวลาแห่งประวัติศาสตร์วันเยาวชนโลกมีการพัฒนาในมิติแห่งการเผชิญหลายรูปแบบ ทำให้เกิดประสบการณ์แห่งชีวิตจิตและชีวิตหมู่คณะ
    ที่มีความหมายลึกซึ้งขึ้น นอกเหนือไปจากนั้น ยังมีการเฉลิมฉลองพิธีบูชามิสซาขอบพระคุณอย่างสง่างามที่มีผู้เข้าร่วมถึงประมาณ 800,000 คน พร้อมกับ
    โปรแกรมเล็กอื่นๆที่กระจัดกระจายกันอยู่ทั่วโลก ส่วนบรรดาพระสังฆราชและเยาวชนในพระศาสนจักรต่างๆทุกหัวระแหงโลกต่างพากันทำการเฉลิมฉลอง
    ในภาษาของตนเอง การเฉลิมฉลองของเยาวชนนี้สร้างความชื่นชมยินดีด้วยการสัมผัสกับดนตรี การแสดงบนเวที การเต้นรำ และการบันเทิงต่าง ๆ อีกมากมาย

    การจัดให้มีวันเยาวชนโลกนั้นมีเป้าหมายที่จะก่อประโยชน์ให้แก่ทั้งแขกเหย้าและแขกเยือน “พระศาสนจักรมีเรื่องมากมายที่จะบอกเล่าให้
    เยาวชนได้ทราบ และเยาวชนก็มีเรื่องมากมายเช่นเดียวกันที่จะบอกให้พระศาสนจักรทราบ  การเสวนากันนี้ต้องเปิดใจกว้าง ชัดเจน และกล้าหาญ
    มันเอื้ออำนวยส่งเสริมให้เกิดการสัมผัสและการแลกเปลี่ยนแบ่งปันกันระหว่างชนชั้นวัยที่แตกต่างกัน มันเป็นขุมทรัพย์ประเสริฐ และสร้างความหนุ่มแน่น
    ให้กับพระศาสนจักรและสังคม” (พระสันตะปาปา ยอห์น ปอล 2)

    ประวัติศาสตร์วันเยาวชนโลก: ความสำเร็จที่มีอยู่ทั่วไป
    ณ ข้างถนนเงียบๆแห่งหนึ่งใกล้จตุจักรเซนต์ปีเตอร์ที่กรุงโรมตอนต้นๆปี 1980  มีเยาวชน กลุ่มหนึ่งมาพบเพื่อสวดภาวนาและสนทนากันโดย
    สม่ำเสมอ บ่อยครั้งพระสังฆราชปอล โจเซฟ กอร์เดส ชาวเยอร์มัน ซึ่งเป็นรองประธานของสมณสภาเพื่อฆราวาสจะมาร่วมด้วย จากพฤติกรรมดังกล่าว
    และใกล้ๆกับจุดของเหตุการณ์นี้ในวัดซันลอเรนโซเกิดมีความคิดใหม่จุติขึ้นมา  สมเด็จพระสันตะปาปา ยอห์น ปอล ที่ 2 ได้ทรงเชิญบรรดาสัตบุรุษให้
    มาที่กรุงโรมเพื่อทำการเฉลิมฉลองปีศักดิ์สิทธิ์แห่งการไถ่กู้ในปี 1983/84 ซึ่งถือเป็นวันครบรอบการสิ้นพระชนม์ของพระเยซูคริสตเจ้าเป็นปีที่ 1950
    และในปีศักดิ์สิทธิ์นี้ได้มีการจัดกิจกรรมมากมายหลายอย่างสำหรับเยาวชน  ภายในวัดซันลอเรนโซเองต่างคนต่างคิดกันว่าจะทำอย่างไรเพื่อให้ต่อเนื่อง
    แทนที่จะเป็นเพียงประชุมพบปะกันเพียงครั้งเดียว  ผู้ที่อยู่เบื้องหลังการวางแผนนี้คือพระสังฆราชกอร์เดสและเยาวชน…

    ในปี 1984  เยาวชนทั่งโลกกว่า 300,000 คนตอบสนองคำเชิญของสมเด็จพระสันตะปาปามาพร้อมหน้ากันที่กรุงโรม ณ ลานจตุจักรเซนต์ปีเตอร์
    ในวันอาทิตย์ใบลานเพื่อทำการฉลองปีศักดิ์สิทธิ์สากลสำหรับเยาวชน  การจัดที่พักให้เยาวชนเป็นเรื่องใหญ่ เพราะเจ้าหน้าที่กรุงโรมแจ้งให้ทราบในระยะ
    กระชั้นชิดห้ามสร้างเต๊นท์ขนาดยักษ์เพื่อต้อนรับแขกเยาวชน  ทว่า 6,000 ครอบครัวเสนอตัวเองโดยไม่มีการนัดหมายขอรับเป็นเจ้าภาพให้เยาวชนที่มา
    ในงานพักในบ้านของตน นอกจากบรรดาพระสังฆราชที่ได้รับเชิญให้มาเสวนากับเยาวชนแล้ว ยังมีคุณแม่เทเรซาแห่งกัลกัตตาและบราเดอร์ โรเจอร์
    ผู้สถาปนาชุมชนไตเซ่มาร่วมในงานครั้งนี้ด้วย เยาวชนเดินรูป 14 ภาคที่สนามโคลีเซียมในขณะที่มีการเฉลิมฉลองพิธีบูชามิสซากันที่มหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ 
    การตอบรับของเยาวชนนั้นล้นหลามจริงๆ ในเย็นวันเสาร์ก่อนอาทิตย์ใบลานสมเด็จพระสันตะปาปาทรงตรัสกับบรรดาเยาวชนว่า “การที่พวกเธอมารวมตัวอยู่กัน
    ณ ที่นี้ในวันนี้นั้นช่างเป็นภาพที่สวดสดงดงามเสียนี่กระไร!  ใครนะที่บังอาจพูดว่าทุกวันนี้เยาวชนได้สูญเสียคุณค่าไปหมดแล้ว? จริงหรือที่ไม่อาจหวังหรือ
    พึ่งพาเยาวชนได้อีกต่อไป? จากนั้นสมเด็จพระสันตะปาปายอห์น ปอล ที่ 2 ได้ทรงมอบสัญลักษณ์ให้แก่เยาวชนโลก คือ กางเขนไม้ขนาดใหญ่ ซึ่งต่อมา
    พากันเรียกว่า “ไม้กางเขนแห่งวันเยาวชนโลก”

    ปีเยาวชน
    กับคำกล่าวหาที่มีคนอ้างว่าเยาวชนสมัยนี้พึ่งพาอาศัยไม่ได้แล้วนั้น สมเด็จพระสันตะปาปาทรงตัดสินพระทัยด้วยพระองค์เองว่าจำต้องจัดให้มี
    การชุมนุมเยาวชนมากกว่าการจัดเพียงครั้งเดียวแล้วเลิกลากันไป เยาวชนของวัดซันลอเรนโซและสมณสภาเพื่อฆราวาสก็มีความคิดเช่นเดียวกันกับ
    สมเด็จพระสันตะปาปา เมื่อสหประชาชาติประกาศให้ปี 1985 เป็น “ปีเยาวชนสากล” โรมจึงตัดสินใจทันที  จะต้องจัดให้เยาวชนมาพบกับพระสันตะปาปา
    ภายในปีนั้นให้ได้  เวลามีน้อยมาก ผู้ที่ได้รับผิดชอบให้เป็นผู้จัดจึงต้องทำงานกันแบบหามรุ่งหามค่ำ ในที่สุดมีเยาวชนกว่า 250,000 คนตอบสนอง
    การเชื้อเชิญของสมเด็จพระสันตะปาปามาชุมนุมกันที่โรมในวันอาทิตย์ใบลานของปี 1985    ก่อนหน้าวันงานเล็กน้อย คือ วันที่ 31 มีนาคม 1985
    สมเด็จพระสันตะปาปายอห์น ปอล ที่ 2 ได้ออกสมณลิขิตขึ้นมาฉบับหนึ่งถึงเยาวชนโลก  ข้อใหญ่ใจความคือความรับผิดชอบที่เยาวชนทุกรุ่นทุกสมัย
    พึงมีต่ออนาคต: “ความรับผิดชอบต่อความเป็นจริงของโลกปัจจุบันและความรับผิดชอบต่อรูปร่างหน้าตาของสังคมล้วนอยู่ในกำมือของเยาวชนเป็นอันดับต้น
    ความรับผิดชอบของพวกเธออยู่ที่วันหนึ่งสิ่งนั้นจะกลายเป็นความจริงพร้อมกับตัวพวกเธอเอง แต่สิ่งนั้นยังเป็นสิ่งที่รออยู่ในวันข้างหน้า”

    หลังการชุมนุมเยาวชนโลกไปได้หนึ่งสัปดาห์ สมเด็จะพระสันตะปาปาทรงทำให้พวกเราแปลกใจโดยการประกาศสถาปนาวันเยาวชนโลก
    เป็นเหตุการณ์ที่ต้องทำกันเป็นประจำ ในสมณสาส์นวันปัสกา “Urbi et orbi” ของวันที่ 7 เมษายน พระองค์ทรงตรัสว่า “เมื่อวันอาทิตย์ที่แล้ว เราได้พบปะ
    เยาวชนนับแสนคน ภาพน่าชื่นชมที่แสดงให้เห็นถึงความเอาจริงเอาจังของพวกเขาประทับใจเราเป็นอย่างยิ่ง เราปรารถนาให้ประสบการณ์อันน่าอัศจรรย์นี้
    เกิดขึ้นซ้ำอีกในปีต่อๆไป อยากให้การชุมนุมเยาวชนโลกได้รับการสถาปนาขึ้นในวันอาทิตย์ใบลาน เราขอยืนยันความเชื่อมั่นของเราว่า เยาวชนกำลัง
    เผชิญกับภารกิจที่ยากแต่มีความตื่นเต้น นั้นคือ การเปลี่ยนกลไกที่ส่งเสริมลัทธิการเห็นแก่ตัวและการเอารัดเอาเปรียบกันในความสัมพันธ์ระหว่างชาติ
    ให้หันกลับไปสร้างโครงสร้างใหม่ที่นำไปสู่ความจริง ความเอื้ออาทรซึ่งกันและกัน และสันติ”  ในคำปราศรัยของพระองค์โอกาสคริสตมาสที่มีต่อ
    คณะพระคาร์ดินัลในวันที่ 20 ธันวาคม พระองค์ทรงเน้นอีกครั้งว่า วันเยาวชนโลกควรเป็นเหตุการณ์ประจำปีต่อไปในอนาคต “พระคริสตเจ้าได้ทรงประทาน
    พระพรพิเศษแก่การชุมนุม (ในวันอาทิตย์ใบลาน) ดังนั้นในการชุมนุมเยาวชนโลกในปีต่อๆไปควรจัดขึ้นในวันอาทิตย์ใบลานอาศัยความร่วมมือกับ
    สมณสภาเพื่อฆราวาส”

    วันเยาวชนโลกครั้งแรก
    ความสำเร็จที่เกิดขึ้นคงจะดึงดูดความสนใจของโลกเนื่องจากการชุมนุมเยาวชนโลกประสบความสำเร็จอย่างสวยสดงดงาม วันเยาวชนโลกครั้งแรก
    จริง ๆ นั้นได้มีการเฉลิมฉลองกันอย่างเป็นทางการที่กรุงโรมในวันอาทิต์ใบลานปี ค.ศ. 1986 มีการจัดแบบเดียวกันอีกครั้งหนึ่งในปี 1987  หลังจากนั้น
    จึงตั้งกฎว่าวันเยาวชนโลกจะจัดกันสองปีครั้ง ณ สถานที่เป็นใจกลางใหม่ในโลกแห่งใดก็ได้ ในปีที่ไม่มีการชุมนุมเยาวชนโลกจะมีการเฉลิมฉลองเช่นเดียวกัน
    ในวันอาทิตย์ใบลานที่กรุงโรมและในสังฆมณฑลต่างๆทั่วโลก

    ในปี 1987 วันเยาวชนโลกจัดขึ้นที่นครบัวโนสไอเรส (ประเทศอาร์เจนตินา) ผู้เข้าร่วมชุมนุมประมาณ 1 ล้านคนได้ยินสมเด็จพระสันตะปาปาตรัสว่า
    “เราขอกล่าวย้ำกับพวกเธอถึงสิ่งที่เราเคยกล่าวไว้กับพวกเธอในวันแรกแห่งสมณสมัยของเราว่า พวกเธอคือความหวังของพระสันตะปาปาและความหวังของ
    พระศาสนจักร” พระสันตะปาปาทรงเรียกร้องเยาวชนช่วยกันเสริมสร้างหน้าตาของโลกให้สดใสขึ้น “อาศัยวิธีนี้พวกเธอจะสร้างวัฒนธรรมแห่งชีวิตและความจริง
    อิสระเสรีภาพและความยุติธรรมในการดำเนินชีวิต การคืนดีกัน และสันติ”  เป็นเพราะความประทับใจในกระบวนการนี้ พระสันตะปาปาได้ทรงอุทิศบทหนึ่งของ
    พระสมณลิขิต “Christifideles laici” ของวันที่ 30 ธันวาคม 1988 ว่าด้วยเรื่องที่เกี่ยวกับฆราวาส “พระศาสนจักรมีหลายเรื่องที่ต้องพูดคุยกันกับเยาวชน และ
    เยาวชนเองก็มีเรื่องมากมายที่จะแบ่งปันกับพระศาสนจักร  การเสวนาระหว่างกันนี้หากทำกันอย่างจริงใจ มีความชัดเจน และด้วยความกล้าหาญแล้วจะช่วยสร้าง
    บรรบยากาศที่เอื้อต่อการประชุมและการแลกเปลี่ยนแบ่งปันกันระหว่างชนยุคหนึ่งไปสู่ชนอีกยุคหนึ่ง และจะเป็นขุมทรัพย์มั่งคั่งอีกทั้งมีความเป็นหนุ่มกระชุ่มกระชวย
    สำหรับพระศาสนจักรและสังคมพลเรือน”  ในปีถัดไปเยาวชนประมาณ 6000,000 คนพากันเดินทางไปชุมนุมที่นครซันเตียโก ประเทศสเปน สมเด็จพระสันตะปาปา
    ยอห์น ปอล ที่ 2 ถามเยาวชนว่า “ทำไมพวกเธอพากันมาที่นี่ พวกเธอคนหนุ่มสาวแห่งศตวรรษที่ 20?  ไม่ใช่เป็นเพราะพวกเธอรู้สึกว่าพวกเธอมีจิตตารมย์ที่จะ
    จรรโลงโลกนี้ในตัวพวกเธอดอกหรือ? 

    หลังการถล่มทลายของกำแพง
    ในปี 1991 เยาวชนจำนวนหนึ่งล้านห้าแสนคนได้ไปชุมนุมกันในวันเยาวชนโลก ณ เมืองๆหนึ่งในประเทศโปแลนด์ที่เรียกกันว่าเมืองเชสโตโกวา  หลังจาก
    ที่ “ม่านเหล็ก” ถล่มทลายไปนี้เป็นโอกาสแรกที่เยาวชนจากโลกซีกยุโรปตะวันออกสามารถไปร่วมในการชุมนุมครั้งนี้โดยไม่มีอุปสรรคกีดกัน "บรรดาเยาวชน
    จากทวีปยุโรปตะวันออกและตะวันตก .. ทวีปเก่าแก่ของเรากำลังรอคอยพวกเธออยู่เพื่อที่จะช่วยกันสร้าง “บ้านพี่เมืองน้อง” นี้ซึ่งอนาคตจะมีแต่ความเอื้ออาทร
    และสันติ … เพื่อความร่มเย็นเป็นสุขของชนรุ่นต่อไปในอนาคต จำเป็นจะต้องสร้างยุโรปใหม่ขึ้นมาบนพื้นฐานของคุณค่าฝ่ายจิตที่หยั่งรากลึกลงไปยังแก่นใน
    ของวัฒนธรรม” พระสันตะปาปาทรงมีพระดำรัส ในปี 1993 เยาวชนประมาณครึ่งล้านได้พบกับสมเด็จพระสันตะปาปายอห์น ปอล ที่ 2 ที่เมืองเดนเวอร์ สหรัฐ
    อเมริกา  สมเด็จพระสันตะปาปาทรงมีพระดำรัสกับเยาวชนที่มาชุมนุมกันโดยมีเทือกเขาร๊อคกี้เป็นฉากเบื้องหลังว่า “จงอย่าได้ปล่อยให้มโนธรรมของพวกเธอ
    เฉื่อยชาสงบเงียบ!  มโนธรรมคือหัวใจที่แท้จริงและวิหารที่ประทับของพระเจ้าและของเรา… จงอย่าได้กลัวที่จะออกไปที่ถนนและที่สาธารณะ… นี่ไม่ใช่เวลา
    ที่เราจะมาอายต่อพระวรสาร… จงอย่ากลัวที่จะยุติกับวิธีการดำเนินชีวิตประจำวันที่สดวกสบายแล้วรับการท้าทายที่จะทำให้พระคริสตเจ้าเป็นที่รู้จักใน ‘นคร’
    ยุคใหม่” การชุมนุมครั้งที่มีผู้คนมาร่วมมากที่สุดในงานชุมนุมเยาวชนโลกเกิดขึ้นที่นครมานิลาในปี 1995 เยาวชนจำนวน 4 ล้านคนพากันไชโยโห่ร้องต้อนรับ
    สมเด็จพระสันตะปาปาในขณะที่พระองค์ทรงเรียกร้องให้มีความเมตตาต่อเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน “พวกเธอสามารถที่จะมอบตนเอง เวลาของพวกเธอ พละกำลัง
    และความสามารถของพวกเธอเพื่อความอยู่เย็นเป็นสุขของผู้อื่นหรือเปล่า? พวกเธอสามารถที่จะรักไหม? หากพวกเธอสามารถ พระศาสนจักรและสังคมก็
    อาจคาดหวังสิ่งดีงามต่าง ๆ มากมายจากพวกเธอแต่ละคน”

    เมื่อวันเยาวชนโลกหวนกลับไปจัดที่นครปารีสในปี 1997  เยาวชนเยอร์มันจำนวนมากเป็นพิเศษที่ตอบสนองคำเชิญของสมเด็จพระสันตะปาปา  เยาวชน
    เกือบล้านคนได้พากันไปร่วมชุมนุมในปีนั้น  สมเด็จพระสันตะปาปายอห์น ปอล ได้ทรงเรียกร้องเยาวชนให้ดำเนินชีวิตที่เป็นประจักษ์พยาน  “การเดินทางของ
    พวกเธอไม่ได้จบลงที่นี่ วันเวลาไม่เคยหยุดเดิน  จงออกไปตามถนนหนทางของโลกนี้ จงเดินไปตามวิถีทางของมนุษย์ ในขณะเดียวกันก็ให้เป็นหนึ่งเดียวกัน
    กับพระศาสนจักรของพระคริสตเจ้า”

    บนหนทางสู่เยอรมน
    ปีปิติมหาการุญ 2000 กลายเป็นการเฉลิมฉลองปีเยาวชนโลกอีกครั้งหนึ่ง เยาวชนเกือบ 2 ล้านคนพากันมาที่กรุงโรมซึ่งมีเยาวชนเยอรมันราว 12,000 คน
    มาร่วมในการชุมนุม ในการชุมนุมครั้งนี้สิ่งแรกที่มีการพูดถึงกันคือความคิดที่จะจัดการชุมนุมเยาวชนโลกครั้งต่อไปที่ประเทศเยอรมนี  สมเด็จพระสันตะปาปา
    ทรงมีพระดำรัสต่อเยาวชนว่า “เราขอพูดถึงเยาวชนของศาสนจักรอื่นๆด้วย… ที่ได้มาร่วมชุมนุมกัน ณ ค่ำคืนนี้… ขอให้การชุมนุมเยาวชนโลกเป็นอีกโอกาสหนึ่ง
    ที่เราจะได้มาทำความรู้จักกันและร่วมใจกันวิงวอนพระจิตแห่งพระคริสตเจ้าซึ่งหรรษทานแห่งความเป็นหนึ่งเดียวกันของบรรดาคริสตชนทั้งปวง!”   สมาพันธ์
    เยาวชนแห่งเยอรมนี และกลุ่ม BDKJ แห่งเยอรมนีมีส่วนร่วมในการจัดงานชุมนุมเยาวชนโลกที่กรุงโรมและได้สนับสนุนงานชุมนุมทุกครั้งที่ผ่านมา  ถัดมา
    อีกสองปี เยาวชนเยอรมัน 3,000 คนเดินทางไปร่วมชุมนุมที่เมืองโตโรนโต ประเทศแคนาดา ซึ่งในงานครั้งนี้มีเยาวชนมาร่วมทั้งสิ้นประมาณ 800,000 คน 
    อีกครั้งหนึ่งที่สมเด็จพระสันตะปาปาทรงเรียกร้อง เยาวชนให้ช่วยกันสร้างอนาคตของมนุษยชาติ พระองค์ทรงตรัสเพิ่มเติมว่า “ ที่มหาวิหารเมืองโคโลญ
    มีพระธาตุของพญาสามองค์ ปราชญ์จากทิศตะวันออก ผู้ติดตามดาวซึ่งพาพวกเขาให้ได้พบกับพระคริสตเจ้า  ในฐานะที่เป็นผู้เดินทาง การเดินทางฝ่ายจิต
    ของพวกเธอไปยังเมืองโคโลญเริ่มต้นตั้งแต่วันนี้  พระคริสตเจ้าทรงกำลังรอพวกเธออยู่ที่นั่นสำหรับการชุมนุมวันเยาวชนโลกครั้งที่ยี่สิบ”

    เราได้เริ่มเตรียมงานวันเยาวชนโลกที่จะจัดขึ้นในประเทศเยอรมนีกันแล้ว ในวันอาทิตย์ใบลานปี 2003 ชาวแคนาดากลุ่มหนึ่งได้นำไม้กางเขนวันเยาวชนโลก
    ไปยังจตุรัสเซนต์ปีเตอร์ที่กรุงโรมและส่งมอบต่อให้แก่เพื่อนชาวเยอรมัน  หลังจากที่เดินทางมาแล้ว 26 ประเทศ กางเขนนี้ซึ่งล่าสุดอยู่ที่เมืองซาราเจโวได้
    เดินทางมาถึงนครเบอร์ลินในวันอาทิตย์ใบลานของปี ค.ศ. 2004  จากจุดนี้กางเขนจะเริ่ม “ธุดงค์เพื่อการคืนดีกัน” ต่อไปยังประเทศเยอรมนี ซึ่งคาดหวังว่า
    จะเดินทางไปถึงเมืองโคโลญเพื่อการเปิดวันเยาวชนโลกครั้งที่ 20 ในวันที่ 16 สิงหาคม 2005 ที่โคโลญเราจะสามารถมองย้อนหลังกลับไปช่วงสองทศวรรษ
    ที่ผ่านมาพร้อมกับเรื่องราวของความสำเร็จ ความสำเร็จสำหรับสมเด็จพระสันตะปาปาและสำหรับเยาวชนทั่วทั้งโลก

    จากเยอรมันนีสู่ออสเตรเลีย
    งานเยาวชนโลกที่จัดขึ้นในประเทศออสเตรเลีย ได้เตรียมการตั้งแต่วันอาทิตย์ใบลานปี ค.ศ.2006 โดยเยาวชนชาวเยอรมันนีกลุ่มหนึ่งได้นำไม้กางเขน
    วันเยาวชนโลกไปยังจตุรัสเซนต์ปีเตอร์ที่โรม และส่งมอบต่อให้กับเยาวชนชาวออสเตรเลีย หลังจากที่เดินทางมาแล้ว 27 ประเทศ กางเขนนี้จะเดินทางไปถึง
    เมืองซิดนีย์ เพื่อเปิดวันเยาวชนโลก ครั้งที่ 23 ในวันที่ 15 สิงหาคม ค.ศ.2008 และที่ซิดนีย์นี่เอง ที่เราจะสามารถมองย้อนหลังกลับไปช่วงสองทศวรรษที่ผ่านมา
    พร้อมกับเรื่องราวของความสำเร็จ - ความสำเร็จสำหรับสมเด็จพระสันตะปาปาและสำหรับเยาวชนทั่วทั้งโลก

    จากออสเตรเลียสู่มาดริด ประเทศสเปน
    สมเด็จพระสันตะปาปาฯ ทรงกล่าวกับเยาวชนว่า ความคิดของข้าพเจ้าบ่อยครั้งคำนึงไปถึงยังวันเยาวชนโลกที่นครซิดนีย์เมื่อปี 2008 ณ ที่นั้นเราได้มีประสบการณ์
    แห่งการเฉลิมฉลองความเชื่อที่ยิ่งใหญ่มาก ซึ่งพระจิตเจ้าได้ทรงกระทำงานด้วยการสร้างสายสัมพันธ์ที่ล้ำลึกท่ามกลางเยาวชนผู้ที่มาร่วมชุมนุมกันจากทั่วทุกมุมโลก
    ในการชุมนุมครั้งนั้นก็เหมือนกันกับการชุมนุมครั้งก่อนๆ ก่อให้เกิดผลดีเยี่ยมแก่ชีวิตเยาวชนเป็นอันมากรวมทั้งชีวิตของพระศาสนจักรโดยรวมด้วย บัดนี้เรา
    กำลังตั้งหน้าตั้งตารอวันเยาวชนโลกครั้งต่อไปที่จะมีขึ้นในนครมาดริดซึ่งจะทำการเฉลิมฉลองกันในเดือนสิงหาคม ค.ศ.2011  ย้อนกลับไปในปี ค.ศ. 1989
    หลายเดือนก่อนที่กำแพงเบอร์ลินจะถูกทำลายลงเป็นประวัติศาสตร์ การแสวงบุญของเยาวชนแวะที่นครซันเตียโก เด กอมปอสเตลา ประเทศสเปน

    มาบัดนี้ ณ เวลาที่ยุโรปกำลังค้นหารากเหง้าแห่งความเป็นคริสตชนของตน การชุมนุมของเราจะย้ายไปที่มาดริดโดยใช้หัวข้อการชุมนุมว่า “จงหยั่งรากลึกในองค์
    พระเยซูคริสตเจ้า จงมีความเชื่ออย่างมั่นคง  (เทียบ คส. 2: 7)  ข้าพเจ้าขอสนับสนุนให้บรรดาเยาวชนมีส่วนร่วมในเหตุการณ์นี้ ซึ่งมีความสำคัญมากทั้งสำหรับ
    พระศาสนจักรในยุโรปและพระศาสนจักรสากล ข้าพเจ้าอยากให้เยาวชนหนุ่มสาวทุกคน ทั้งผู้ที่มีความเชื่อในพระเยซูคริสตเจ้า รวมทั้งผู้ที่ยังหวั่นไหวหรือไม่แน่ใจ
    หรือแม้แต่ผู้ที่ไม่มีความเชื่อในพระองค์ จงได้มีส่วนร่วมในประสบการณ์ครั้งนี้ ซึ่งอาจเป็นเรื่องสำคัญชนิดคอขาดบาดตายสำหรับชีวิตของพวกเขา  มันเป็น
    ประสบการณ์กับพระเยซูพระผู้เป็นเจ้า ผู้ทรงเสด็จกลับคืนพระชนม์ชีพ และยังดำรงชีวิตอยู่  พวกเขาจะได้พบกับความรักของพระองค์ที่มีต่อพวกเขาแต่ละคน
    พระสันตะปาปา ทรงหวังเป็นอย่างยิ่งว่า หัวข้อหลักที่มอบให้ 3 ปี ต่อจากนี้ จะช่วยบรรดาเยาวชนเตรียมจิตใจได้เป็นอย่างดี ก่อนที่ทุกคนจะได้พบกันอีกครั้ง
    ที่กรุงมาดริด ประเทศสเปน ระหว่างวันที่ 16 - 21 สิงหาคม 2011

    งานวันเยาวชนโลกได้ถูกเตรียมการตั้งแต่วันอาทิตย์ใบลาน ปีค.ศ.2009  ซึ่งจะจัดขึ้นภายในสังฆมณฑลท้องถิ่น พระสันตะปาปาทรงเลือกหัวข้อ "เราได้มอบ
    ความหวังไว้ในพระเจ้าผู้ทรงชีวิต"
    (1 ทิโมธี 4:10)

    งานชุมนุมเยาวชนโลก 2010 (ครั้งที่ 25) ซึ่งจะจัดขึ้นภายในสังฆมณฑลท้องถิ่นอีกเช่นกัน พระสันตะปาปาทรงเลือกหัวข้อ "พระอาจารย์ผู้ทรงความดี
    ข้าพเจ้าต้องทำอย่างไรถึงจะได้รับชีวิตนิรันดร"
    (มาระโก 10:17)

    งานชุมนุมเยาวชนโลก 2011 (ครั้งที่ 26) ซึ่งจะจัดขึ้นในระดับนานาชาติที่กรุงมาดริด ประเทศสเปน พระสันตะปาปาทรงเลือกหัวข้อ "จงหยั่งรากลึกลงใน
    พระเยซูคริสต์ จงมีความเชื่ออย่างมั่นคง"
    (โคโลสี 2:7)


 

หน้าหลัก

อ่านทั้งหมด