Saint & Patrons_WYD 2011

 

    นักบุญยอห์นแห่งไม้กางเขน (ค.ศ. 1542 – 1591) : ไปหาพระเจ้าบนหนทางแห่งความงดงาม

    ชื่อเรียกเมื่อล้างบาป: John de Yepes
    วันเกิด: 24 มิถุนายน ค.ศ. 1542  ที่เมือง Fontiveros ประเทศสเปน
    วันฉลอง: 14 ธันวาคม
    สมญานามในพระศาสนจักร : Doctor of Mystical Theology
    ชื่อเสียงอันเป็นที่รู้จัก: การปฏิรูปฟื้นฟูคณะ Discalced Carmelites ฝ่ายชาย
    ความสัมพันธ์กับนักบุญ: เป็นลูกวิญญาณและเป็นผู้แนะนำวิญญาณของนักบุญเทเรซาแห่งอาวิลลา
    ผลงานสำคัญ: งานเขียนเรื่อง The Ascent of Mt.Carmel, The Dark Night, The Living Flame of Love,
    The Spiritual Canticle
    การเป็นผู้อุปถัมภ ์: ท่านเป็นผู้อุปถัมภ์ของ contemplative life, mystical theology, mystics และโคลงกลอน
    ของสเปน
    แบบอย่างสำหรับชีวิต: เราควรเลียนแบบท่านในเรื่องการสนิทสัมพันธ์กับพระเจ้าโดยการภาวนา
    การไม่ยอมดำเนินชีวิตอย่างครึ่ง ๆ กลาง ๆ การยึดมั่นในพระเจ้าผู้ทนทรมานอย่างมั่นคงโดยไม่ท้อถอย
    การเปลี่ยนความทุกข์ยากในชีวิตเป็นโอกาสเพื่อเติบโตในความศักดิ์สิทธิ์ การไม่หวั่นเกรงในการปฏิบัติ
    ภาระหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย, ความไว้วางใจในการชี้นำของพระมารดาผู้ศักดิ์สิทธิ์
    คุณรู้หรือไม่: ในวันที่ 4 ธันวาคม ค.ศ. 1577 นักบุญยอห์นแห่งไม้กางเขนถูกจับคุมขังโดยบรรดาพี่น้อง
    ร่วมคณะที่ท่านกำลังปฏิรูป  ท่านถูกนำตัวไปไว้ในอารามโบราณที่ Toledo แม้ท่านจะถูกใส่ความ 
    ไม่มีโอกาสเข้าร่วมพิธีบูชามิสซา  ถูกทรมานและโบยตีจากฤษีเพื่อนร่วมคณะ แต่ท่านก็รับสภาพเหล่านี้
    อย่างสงบเงียบ  อย่างไรก็ตามในคืนของวันที่ 16 สิงหาคม ค.ศ. 1578 ท่านสามารถหลบหนีออกจากที่คุมขัง
    อย่างอัศจรรย์โดยการนำทางของพระมารดาผู้ศักดิ์สิทธิ์และไปหลบภัยในอารามของนักบุญเทเรซาแห่งอาวิลลา

    นักบุญยอห์นแห่งไม้กางเขน นักบุญองค์หนึ่งในบรรดาผู้อุปถัมภ์ของวันเยาวชนโลก (WYD) และของโคลง ฉันท์ กาพย์ กลอน ผู้เป็นเจ้าของงานเขียนชั้น
    เยี่ยมเกี่ยวกับ mystical poetry

    Bill Viola ศิลปินด้านทัศนศิลป์ผู้มีชื่อเสียงมีความสนใจเกี่ยวกับความยุติธรรมในสังคมตั้งแต่เมื่อครั้งยังเป็นเยาวชน
    โดยขณะที่ศึกษาในมหาวิทยาลัยได้เข้าร่วมกลุ่มที่ต่อต้าน  เพื่อโต้แย้งหรือแสดงความคิดเห็นและปลดปล่อยจากพันธนาการ 
    เขาตระหนักว่าโครงสร้างทางสังคมที่ดีจะนำไปสู่ชีวิตที่ดีในสังคม  เขากล่าวว่า “สำหรับคนรุ่นของผมแล้ว 
    การประท้วงแสดงความคิดเห็นทางการเมืองเป็นเหมือนลมหายใจของแต่ละวัน และเป็นเส้นทางที่นำไปสู่การเติบโตเป็นผู้ใหญ่ทางการเมือง”  
    สิ่งนี้กระทำได้โดยอาศัยศิลปะและการลุกขึ้นทำอะไรสักอย่างเพื่อเปลี่ยนแปลง  “โลกที่เราที่ไม่เคยสงสัยมาก่อนเลยว่ามันเหมาะกับชีวิตจริงมากน้อยเพียงใด”

    Bill Viola เล่าถึงเหตุการณ์หนึ่งที่มีอิทธิพลเปลี่ยนแปลงความคิดของเขาไว้ดังนี้  “สำหรับข้าพเจ้าแล้วจุดที่นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงอย่างสิ้นเชิงก็คือ 
    การสร้างชิ้นงานที่เรียกว่า A Room for St.John of the Cross ในปี ค.ศ. 1983  ทำให้ข้าพเจ้าทราบว่านักบุญยอห์นแห่งไม้กางเขนคือพระสงฆ์ท่านนั้น
    ที่ถูกสอบสวนในกลางดึกของปี ค.ศ. 1577 และถูกคุมขังในห้องเล็ก ๆ ที่แม้จะยืนหรือนอนก็ลำบากยากเย็น  ท่านถูกทรมานและโบยตีไม่เว้นแต่ละวัน 
    แม้ถูกกระทำเช่นนี้ท่านไม่เคยโกรธเคืองผูกใจเจ็บ แต่ท่านแสดงออกโดยการเขียน mystical poetry  หากเป็นเมื่อก่อนข้าพเจ้าจะคิดว่าการกระทำเช่นนี้
    เป็นการยอมแพ้อย่างหมดท่า   เพราะสิ่งควรจะทำก็คือการแสดงตัวเป็นนักปฏิวัติการเมือง ปลดปล่อยผู้ถูกคุมขังและโต้ตอบการกระทำนั้นอย่างรุนแรงให้สาสมกัน  
    แต่เมื่อพิจารณาชีวิตของท่านนักบุญเราจะพบคริสตชนคนหนึ่งซึ่งเลือกหนทางแห่งความรักและการให้อภัย เขียนบทประพันธ์ที่เปลี่ยนแปลงโลกและ
    สร้างแรงบันดาลใจแก่ผู้คน”

    Bill Viola สรุปว่า “สำหรับข้าพเจ้าแล้วเรื่องสำคัญที่เกิดขึ้นในชีวิตคือ  การเปลี่ยนแปลงความคิดจากการมุ่งสร้างความสมบูรณ์ครบครันในสังคมมาเป็น
    การสร้างความครบครันภายในตนเอง    ข้าพเจ้าเข้าใจแล้วว่าความเป็นอิสระฝ่ายวิญญาณและร่างกายมีความสัมพันธ์กับชีวิตทางการเมืองอย่างแยกจากกันไม่ได้”

    เรื่องของเรื่องก็คือ :  หนังสือเกี่ยวกับประวัติศาสตร์มนุษย์ที่ถือว่าล้ำค่าที่สุดก็คือ Spiritual Canticle ซึ่งเขียนโดยยอห์นแห่งไม้กางเขนแห่งคณะคาเมไลท์
    ขณะสู้ทนกับความอยุติธรรม การถูกทอดทิ้ง  สภาพที่โดดเดี่ยว  น่าเวทนาและถูกกล่าวหา   พระสงฆ์หนุ่มท่านนี้เกิดที่เมือง Fontiveros (Avila) ในปี ค.ศ. 1542 
    ในครอบครัวที่ยากจน ขณะยังเป็นวัยรุ่นท่านหาเลี้ยงชีพโดยเป็นช่างไม้ ช่างตัดเสื้อ  ช่างทาสีและคนส่งข่าว  ท่านเข้าอาราม Carmelites of Mediana เมื่ออายุ 21 ปี
    และศึกษาที่มหาวิทยาลัย Salamanca   ท่านถูกคุมขังครั้งแรกเมื่ออายุ 34 ปี   และถูกจองจำอีกครั้งเป็นระยะเวลานาน 9 เดือน  จนกระทั่งสามารถหลบหนี
    ในเช้าวันหนึ่งของเดือนสิงหาคม ค.ศ. 1578

    ชีวิตของนักบุญท่านนี้เตือนใจพวกเราถึงการปฏิรูปชีวิตคริสตชนที่แท้จริง นั่นคือ ถนนแห่งการดิ้นรนต่อสู้ในโลกใบนี้จะต้องเริ่มต้นจากตนเอง  จากการเอาชนะ
    ความอยุติธรรมด้วยความรัก เป็นการเอาชนะเรื่องร้ายเรื่องรักและการให้อภัย  ดังนั้นโดยการดำเนินชีวิตอย่างศักดิ์สิทธิ์เช่นนี้เราจะสามารถทำลายวงล้อแห่ง
    ความชั่วร้าย ดังนั้น  กฎเกณฑ์หรือโครงสร้างต่าง ๆ จะไม่สามารถเปลี่ยนแปลงมนุษย์   แต่เป็นมนุษย์ต่างหากที่เปลี่ยนแปลงมันและนำไปปรับใช้ในสภาพจริง
    ของชีวิต หากทำเช่นนี้เราจะก้าวผ่านจากความคิดที่ว่า “ถ้าครอบครัวดีเราก็จะเป็นลูกหรือเป็นสามีภรรยาที่ดี”  ไปสู่แนวคิดในมุมมองแบบคริสตชนที่ว่า
    “ถ้าเราเป็นลูกหรือเป็นสามีภรรยาที่ดีเราจะสามารถสร้างครอบครัวที่ดี”

    ภาวนาร่วมกัน
    ให้เราภาวนาต่อนักบุญองค์อุปถัมภ์ของ World Youth Day
    ข้าแต่ท่านนักบุญยอห์นแห่งไม้กางเขน ผู้สร้างแรงบัลดาลใจแก่บรรดาเยาวชนของพระศาสนจักรให้เป็นนักปฏิวัติเปลี่ยนแปลงที่แท้จริง 
    โปรดช่วยเราให้เรียนรู้จากพระคริสตเจ้าโดยอาศัยบทเรียนชีวิตของท่าน นั่นคือ การยืนหยัดต่อสู้กับสภาพภายในจิตใจที่ทำให้เราไม่สามารถรัก 
    อุทิศตนและเลียนแบบท่าน   เพื่อว่าการดำเนินชีวิตอย่างศักดิ์สิทธิ์เช่นนี้จะสามารถเปลี่ยนแปลงโลก
    โปรดช่วยเราภาวนาอ้อนวอนองค์พระผู้เป็นเจ้าด้วยถ้อยคำของท่านที่ว่า
    “ผู้ใดจะช่วยรักษาข้าพเจ้าได้! โปรดให้ข้าพเจ้าได้ตัวพระองค์เป็นของประทานตลอดไป
    ข้าพเจ้าไม่ต้องการผู้ส่งข่าวอื่นใดนอกจากพระองค์ เพราะเขาเหล่านั้นไม่สามารถให้ถ้อยคำที่ข้าพเจ้ากระหายจะได้ยิน”

     

    St. Ignatius of Loyola (ค.ศ. 1491 – 1556)  ผู้ตั้งคณะ The Society of Jesus ผู้ค้นพบองค์พระคริสตเจ้า

    ชื่อเรียกเมื่อล้างบาป: Inigo
    การเปลี่ยนชื่อ : เปลี่ยนชื่อเป็น Ignatius ตามชื่อนักบุญ Ignatius of Antioch ซึ่งเป็นผู้ที่มีความรัก
    ต่อมรณสักขีและสันตะสำนัก
    วันเกิด: 14 ธันวาคม ค.ศ. 1491 ที่ปราสาท Loyola ในเมือง Guipuzcoa ในชนบทของแค้วน Basque
    ทางตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศสเปน
    วันฉลอง: 31 กรกฏาคม
    ผู้ตั้งคณะ: คณะ Society of Jesus (คณะเยสุอิต)
    ชื่อเสียงอันเป็นที่รู้จัก : ความรู้เข้าใจอย่างลึกซึ้งในเรื่องชีวิตภายในและจิตวิญญาณ, ความสุภาพถ่อมตน,
    ความเฉลียวฉลาด,  การก่อตั้งมหาวิทยาลัย และความร้อนรนในการแพร่ธรรมเยี่ยงอัครสาวก
    ความสัมพันธ์กับนักบุญ : St.Ignatius of Loyola  มีบทบาทอันสำคัญอย่างยิ่งยวดต่อการกลับใจ
    ของ St.Francis Xavier ผู้ซึ่งต่อมาได้เป็นสมาชิกคนแรกของคณะเยสุอิต
    การเป็นผู้อุปถัมภ ์: ท่านเป็นนักบุญองค์อุปถัมภ์ของคณะเยสุอิต, การเข้าเงียบฟื้นฟูจิตใจ และทหาร
    แบบอย่างสำหรับชีวิต: เราควรเลียนแบบท่านในการทำงานหนักและทุ่มเทให้เกิดผลดีที่สุด
    การใช้ชีวิตอย่างสุภาพถ่อมตนและกระทำการทุกสิ่งเพื่อพระสิริมงคลของพระเป็นเจ้า  ท่านแสวงหา
    แนวทางที่ชัดเจนในการอบรมหล่อหลอมชีวิตจิต ท่านปกป้องความจริงอย่างกล้าหาญ ต่อสู้กับ
    การล่อลวงของโลก  และกระตุ้นใจผู้อื่นด้วยคำพูดและการปฏิบัติที่เป็นแบบอย่าง  ท่านเป็นแบบอย่าง
    ในการเจริญชีวิตคริสตชนที่แท้จริง
    คุณรู้หรือไม ่: St.Ignatius ต้องนอนรักษาตัวอยู่บนเตียงหลังจากได้รับบาดเจ็บจากปืนใหญ่ระหว่าง
    การปิดล้อมป้อม Pamplona ของทหารฝรั่งเศส    เนื่องจากท่านมีนิสัยรักการอ่าน ดังนั้นเมื่อไม่มีหนังสือ
    นิยายประเภทพระเอกขี่ม้าขาวที่ท่านชอบในโรงพยาบาลที่ท่านพักรักษาตัว  ท่านจึงอ่านหนังสือเกี่ยวกับ
    ชีวิตของนักบุญและพระเยซูคริสตเจ้า ซึ่งหนังสือเหล่านี้เป็นแรงบันดาลใจให้ท่านเปลี่ยนแปลงชีวิต

    เรื่องราวที่เกิดขึ้นคือ ในปี ค.ศ. 1521 กองทัพฝรั่งเศสทำสงครามใน Pamplona  เพื่อยึดครองปราสาท  ดังนั้น Herrara จึงเสนอให้มีการเจรจากับผู้บังคับบัญชา
    กองทัพฝรั่งเศส โดยนำทหารคุ้มกันไปด้วย 3 นาย  หนึ่งในจำนวนนายทหารคือ Inigo ซึ่งไม่เห็นด้วยกับข้อตกลงในการเจรจาเพราะเป็นการเสื่อมเสียเกียรติภูมิ  
    การต่อสู้รบจนท่านได้รับบาดเจ็บอย่างรุนแรงบริเวณขาจากกระสุนปืนใหญ่

    ท่านต้องออกจากการสู้รบและเข้ารับการผ่าตัดในโรงพยาบาล การผ่าตัดครั้งนั้นนำความเจ็บปวดอย่างทรมาน  “แต่ท่านไม่เคยปริปากบ่นหรือแสดงอาการ
    เจ็บปวดนอกจากกำมือแน่น” อาการของท่านเลวร้ายมากจนกระทั่งแพทย์ที่รักษาแนะนำให้ท่านรับศีลอภัยบาปโดยกล่าวว่า “ท่านไม่น่าจะรอดถ้าอาการ
    ไม่ดีขึ้นภายในเที่ยงคืน” อย่างไรก็ตาม Inigo มีอาการดีขึ้นและผ่านพ้นความตาย

    เนื่องจากผลของการผ่าตัดไม่ดีนัก  “กระดูกใต้หัวเข่าเกยทับกัน  ทำให้ขาข้างหนึ่งสั้นกว่าอีกข้าง และกระดูกใกล้หัวเข่านูนขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด Inigo
    รับไม่ได้กับสภาพอันน่ารังเกียจของตนเนื่องจากมีความตั้งใจจะกลับเข้าสู่ชีวิตในโลกที่เคยเป็นมาและกลัวที่จะถูกมองอย่างเยาะเย้ยเหยียดหยาม ดังนั้น 
    เขาจึงขอร้องให้นายแพทย์ตัดขาอีกข้างหนึ่งให้เท่ากัน ในการผ่าตัดครั้งนี้แพทย์เตือนว่าการผ่าตัดขาข้างที่เป็นปกตินี้จะเจ็บปวดอย่างที่ท่านอาจไม่เคยพบเจอ
    มาก่อนในชีวิต อย่างไรก็ตาม Inigo เลือกที่จะมีขาแบบคนปกติโดยไม่นำพาต่อความเจ็บปวด”

    การผ่าตัดครั้งที่สองทำให้ Inigo ต้องพักฟื้นเป็นระยะเวลานาน เนื่องจากท่านชอบอ่านดังนั้นจึงขอหนังสือมาอ่านขณะที่อยู่ในโรงพยาบาล และหนังสือที่
    จัดมาให้ก็คือชีวิตของพระเยซูคริสตเจ้าและชีวประวัติของบรรดานักบุญ (เช่นหนังสือ Golden Legend ซึ่งยังคงตีพิมพ์อยู่ในปัจจุบัน)   ในช่วงเวลานั้น
    ท่านคงได้ใช้เวลาหลายชั่วโมงกับการอ่านหนังสือ แต่ก็มีบางเวลาที่ท่าน “ฝันกลางวัน  ดังที่ท่านเองได้เขียนว่า  เป็นเวลาสองชั่วโมง สามชั่วโมงหรือ
    บางครั้งก็สี่ชั่วโมงที่ท่านนึกถึงเรื่องผู้หญิง โดยจินตนาการสิ่งที่จะทำเมื่ออยู่ด้วยกัน การไปด้วยกันตามสถานที่ต่าง ๆ ของขวัญที่จะมอบให้ หรือถ้อยคำที่จะพูดกัน”

    อย่างไรก็ตามการอ่านค่อย ๆ นำท่านให้หยุดและ “คิดให้เหตุผลต่อตนเอง ท่านคิดว่าจะเป็นอย่างไรถ้าตนเองออกจากโรงพยาบาลและใช้ชีวิตเหมือน
    นักบุญฟรังซิส  หรือปฏิบัติตามแบบอย่างของนักบุญดอมินิก    ความคิดดีงามหลายอย่างเข้ามาในความคิด  กระตุ้นใจท่านให้พิจารณาเรื่องที่สำคัญซึ่งดู
    จะง่ายดายในความคิดแต่ท้าทายในการปฏิบัติในชีวิต การคิดคำนึงทั้งหลายทั้งปวงนี้นำไปสู่ข้อสรุปที่เด็ดเดี่ยวเพียงประการเดียว นั่นคือ  ถ้านักบุญดอมินิก
    ทำเช่นนี้ข้าพเจ้าก็จะทำด้วยเช่นกัน ความคิดนี้อยู่ในใจท่านเป็นเวลานาน แม้ว่าจะยังครุ่นคิดเกี่ยวกับชีวิตในโลกไปพร้อมกันด้วย”

    สิ่งที่เกิดขึ้นตามมาจากประสบการณ์ในวันเวลาเหล่านั้นคือ “ท่านอ่านหนังสือเหล่านั้นอย่างเบิกบานใจ  และตั้งใจที่จะสรุปชีวิตของพระคริสตเจ้าและ
    บรรดานักบุญโดยเริ่มต้นเขียนหนังสือของตนเอง ท่านใช้หมึกสีแดงเขียนคำพูดของพระคริสตเจ้าและและเขียนเกี่ยวกับแม่พระด้วยหมึกสีน้ำเงิน”

     

    St.Francis Xavier (1506 – 1552) : ผู้หว่านเมล็ดพันธ์แห่งพระเป็นเจ้าในดินแดนตะวันออก

    วันเกิด: 7 เมษายน ค.ศ. 1506 ที่ปราสาท Xavier เมือง Navarre
    ประเทศสเปน
    วันฉลอง: 3 ธันวาคม
    สมญานามในพระศาสนจักร: อัครสาวกแห่งดินแดนตะวันออกไกล
     (Apostle of the Far East)
    ชื่อเสียงอันเป็นที่รู้จัก: ความโดดเด่นในงานธรรมทูต  ท่านโปรด
    ศีลล้างบาปมากกว่า 50,000 คนจากบรรดาคนหลากหลายเชื้อชาติ
    และอายุ  ตั้งแต่เด็กเล็กไปจนถึงเยาวชนในมหาวิทยาลัย  ตั้งแต่คน
    โรคเรื้อนที่ยากจนหรือพระราชาผู้มั่งคั่ง
    ความสัมพันธ์กับนักบุญ : ท่านกลับใจโดยอาศัยนักบุญ Ignatius
    of Loyola  และเป็นสมาชิกคนแรกของคณะเยสุอิต
    ดินแดนแพร่ธรรม: ทั่วทวีปเอเชีย แอฟริกา  East Indies,
    ประเทศโปรตุเกส, ประเทศอิตาลี
    การเป็นผู้อุปถัมภ์: ท่านเป็นผู้อุปถัมภ์งานประกาศพระวรสารในต่างแดน,  ธรรมทูต, นักเดินเรือ, งานแพร่ธรรมในวัด, ประเทศออสเตรเลีย,
    ประเทศจีน, ประเทศอินเดีย, ประเทศญี่ปุ่นและประเทศนิวซีแลนด์
    แบบอย่างสำหรับชีวิต: การยอมอุทิศตนเป็นเครื่องมือของ
    พระเป็นเจ้าเพื่อการประกาศพระวรสารและรับใช้มนษยชาติใน
    ทุกแห่งที่พระองค์มีพระประสงค์, การไม่ยอมให้การศึกษาทางโลก
    มีความสำคัญเหนือชีวิตฝ่ายจิตวิญญาณ และการทำงานอย่างไม่รู้
    เหน็ดเหนื่อยเพื่อสร้างอาณาจักรของพระเป็นเจ้าบนโลกไม่ว่า
    จะต้องเผชิญกับความยากลำบากประการใด


    คุณรู้หรือไม ่: นักบุญฟรังซิส เซเวียร์ได้ศึกษาเล่าเรียนกับนักบุญอิกญาซีโอ แห่งโลโยลาที่มหาวิทยาลัยแห่งกรุงปารีส  โดยในขณะนั้นท่านเจริญชีวิตทางโลก
    และได้กลับใจเมื่องนักบุญอิกญาซีโอพูดกับท่านโดยยกถ้อยคำจากพระวรสารที่ว่า  “จะมีประโยชน์อะไรแก่มนุษย์ที่จะได้ทั้งโลกทั้งอาณาจักรแต่จะต้องเสีย
    วิญญาณไป” (มก. 8.26)

    นักบุญผู้อุปถัมภ์ของ WYD ผู้นี้ไม่เคยสูญเสียความร้อนรนในการแพร่พระวารสารตามแบบอย่างของอัครสาวกในดินแดนธรรมทูต

    กรุงมาดริด วันที่ 3 ธันวาคม 2010: นักบุญฟรังซิส เซเวียร์เป็นธรรมทูตที่ยิ่งใหญ่   ท่านใช้ชีวิต 11 ปีสุดท้ายในการประกาศพระวารสารในประเทศอินเดีย 
    เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และประเทศญี่ปุ่น   งานของท่านเป็นการแผ้วทางหว่านเมล็ดพันธ์ของพระคริสตเจ้าและบำรุงเลี้ยงให้เติบโตเป็นชุมชนคริสตชน  
    นักบุญชาวสเปนท่านนี้เป็นองค์อุปถัมภ์ของงานธรรมทูตและการชุมนุมเยาวชนโลกในกรุงมาดริด

    นักบุญฟรังซิส เซเวียร์เกิดในปี 1506  ในปราสาทของครอบครัว ที่ตั้งอยู่ใกล้กับเมือง Navarra  อันเป็นเมืองหลวงของแคว้น Pamplona   ท่านถูกส่งเข้า
    ศึกษาในมหาวิทยาลัยกรุงปารีสตามธรรมเนียมปฏิบัติของพวกครอบครัวผู้ดีมีตระกูล  ที่นั่นท่านได้พบกับนักบุญอิกญาซีโอ แห่งโลโยลา ในตอนแรกท่าน
    แทบจะไม่รู้จักอิกญาซีโอซึ่งพื้นเพเป็น Spanish Basque แต่ทั้งสองได้รู้จักกันในเวลาต่อมา  อิกญาซีโอผู้ก่อตั้งคณะ Jesuit กระตุ้นฟรังซิสให้เจริญชีวิต
    อย่างครบครันโดยการอุทิศตนทั้งครบต่อพระคริสตเจ้า  แม้ว่าฟรังซิสจะไม่ยอมรับความคิดนี้แต่ท่านก็ตอบรับคำเชื้อเชิญของอิกญาซีโอที่จะเข้าร่วม
    การเข้าเงียบฟื้นฟูจิตใจแบบพิเศษซึ่งรู้จักกันในปัจจุบันว่าเป็นการเข้าเงียบแบบของคณะเยสุอิตคือ “Spiritual Exercises”   โดยมีอิกญาซีโอเป็นผู้นำ
    การเข้าเงียบ     ผลก็คือฟรังซิสได้เปิดใจอย่างลึกซึ้งและตัดสินใจอย่างเด็ดเดี่ยวที่จะติดตามพระคริสตเจ้า

    คณะ Society of Jesus
    ฟรังซิส เซเวียร์เป็นหนึ่งในบรรดาผู้ติดตามทั้ง 7 คนของนักบุญอิกญาซีโอที่รับการเจิมถวายตัวแด่พระเป็นเจ้าในปี ค.ศ. 1534   ในตอนแรกนั้นอิกญาซีโอ
    ตั้งใจที่จะเดินทางไปยังแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์แต่ต่อมาได้เลิกล้มแผนการนี้  ในปี ค.ศ. 1540 ฟรังซิสเซเวียร์ถูกส่งไปยังประเทศอินเดีย โดยกำหนดที่จะเริ่ม
    การเดินทางจากกรุงลิสบอน  แต่เนื่องจากกษัตริย์แห่งลิสบอนเคารพนับถือท่านในฐานะผู้ศักดิ์สิทธิ์จึงทำให้ท่านต้องอยู่ที่นั่นเป็นเวลาหนึ่งปี จนกระทั่งใน
    ปี ค.ศ. 1541 ท่านจึงได้มุ่งหน้าสู่ดินแดนตะวันออก

    เรือของเซเวียร์ใช้เวลาเดินทาง 13 เดือนจึงถืงเมือง Goa ซึ่งเป็นอาณานิคมของโปรตุเกส  ในวันที่ 6 พฤษภาคม 1542 ขณะเดินทางในเรือท่านทำหน้าที่
    เป็นผู้แนะนำวิญญาณ       ที่อาณานิคมแห่งนั้นซาเวียร์พบว่าผู้ค้นละทิ้งการปฏิบัติศาสนาและพบเห็นการปฏิบัติที่ทารุณหยาบคายเป็นการละเมิดต่อชาวพื้นเมือง
    พวกเขาถูกปฏิบัติเสมือนเป็นทาสหรือเป็นมนุษย์ชั้นต่ำ   ซาเวียร์ต่อสู้กับการปฏิบัติเช่นนี้โดยเรียกร้องต่อผู้ปกครอง ท้องถิ่นและต่อกษัตริย์แห่งโปรตุเกส
    ในจดหมายฉบับหนึ่งท่านกล่าวว่าการกระทำของคริสตชนชาวยุโรปต่อพี่น้องชาวพื้นเมืองนั้นเป็นเหมือนกับ “หนามที่ทิ่มแทงดวงใจ” ของท่าน

    ความร้อนรนในการประกาศพระวรสารของซาเวียร์เร่งเร้าท่านให้ออกเดินทางไปทั่วอาณานิคมของโปรตุเกสในดินแดนตะวันออก ท่านเดินทางไปยังเผ่า
    Paravas บนฝั่งทะเล Ceylon, มาเลเซีย, อินโดนิเซีย และชนเผ่าต่าง ๆ ใน Moluccas  รวมทั้งสถานที่อื่น ๆ อีกมาก

    ประเทศญี่ปุ่นและประเทศจีน
    ประเทศญี่ปุ่นเป็นเป้าหมายต่อไปของธรรมทูตชาวสเปนผู้นี้  ท่านเดินทางถึงที่นั่นในปี ค.ศ. 1549 ท่านได้เทศน์สอนให้ผู้คนนับพันกลับใจโดยอาศัย
    ความช่วยเหลือของชาวญี่ปุ่น 3 คนที่ท่านพบขณะอยู่ในประเทศอินเดีย   ท่านเดินทางไปยังเมืองต่าง ๆ มากมาย  ซึ่งชุมชนคริสตชนที่เข้มแข็งเติบโต
    ตลอดทุกยุคสมัยจนถึงปัจจุบันที่เมืองคาโกชิมา  ฮิราโด  ยามากุชิและเมืองเกียวโตต่างก็เป็นพยานถึงงานแพร่ธรรมของท่าน

    ในปี ค.ศ. 1552 ซาเวียร์เดินทางกลับไปยังอินเดียอีกครั้งหนึ่ง  ที่นั่นท่านทำงานเป็นสองเท่าในการติดตามดูแลความต้องการของอาณานิคมในที่ต่าง ๆ
     ท่านพบว่าในขณะที่ท่านออกเดินทางนั้นยังมีการล่วงละเมิดต่อชาวพื้นเมืองเพิ่มมากขึ้น  ซึ่งท่านแก้ไขเรื่องนี้และสร้างความสำนึกว่าชาวพื้นเมืองเหล่านี้
    ล้วนแต่เป็นพี่น้องในความเชื่อเดียวกัน  ที่อินดียนี้เองที่ท่านได้พบกับหนุ่มชาวจีนคนหนึ่ง  ข่าวเกี่ยวกับประเทศจีนทำให้ความกระหายที่จะประกาศพระวรสาร
    ลุกโชนขึ้น ท่านตัดสินใจที่จะไปประเทศจีน ดังนั้นในเดือนเมษายน ปี ค.ศ. 1552  ท่านออกเดินทางไปยังประเทศจีนซึ่งในขณะนั้นยังปิดประตูไม่ต้อนรับ
    ชาวต่างชาติ

    แผนการแรกที่วางไว้คือท่านจะไปยังเกาะ Sancian ซึ่งอยู่นอกชายฝั่งของประเทศจีน  จากนั้นจึงจะค่อย ๆ เข้าไปยังแผ่นดินจีน  อย่างไรก็ตามมีเหตุการณ์
    บางอย่างที่ทำให้แผนการนี้ไม่เป็นไปตามที่ตั้งใจ   นั่นคือท่านป่วยเป็นไข้และพ่อค้าชาวโปรตุเกสคนหนึ่งนำท่านไปยังเกาะแห่งหนึ่งโดยให้ท่านพำนักรักษาตัว
    ในบ้านเก่า ๆ หลังหนึ่ง   ท่านเจ็บป่วยเป็นเวลาหลายสัปดาห์และในที่สุดในวันที่ 3 ธันวาคม ค.ศ. 1552 ท่านได้มอบวิญญาณคืนให้แก่พระผู้เป็นเจ้า 
    ท่านสิ้นใจหน้าประตูทางเข้าประเทศจีน

    ซาเวียร์มอบชีวิตแด่พระเป็นเจ้าโดยไม่เรียกร้องสิ่งใด  ชีวิตก็ท่านก็คล้ายกับชีวิตของผู้คนมากมายที่เริ่มต้นด้วยการปฏิเสธที่จะประกาศพระวาจาของพระเจ้า
    จนกระทั่งยอมรับน้ำพระทัยและมอบตัวเป็นเครื่องมือของพระองค์ในที่สุด 

    ชุมชนคริสตชนในตะวันออกที่ท่านเริ่มต้นก่อตั้งและบำรุงเลี้ยงให้เข้มแข็งยังคงเจริญเติบโตและงอกงามจนกระทั่งทุกวันนี้

    นักบุญฟรังซิส ซาเวียร์ได้รับการประกาศเป็นนักบุญในปี ค.ศ. 1622 พร้อมกับนักบุญอิกญาซีโอแห่งโลโยลา, นักบุญเทเรซาแห่งอาวิลลา, นักบุญฟิลิป เนรี
    และนักบุญ Isidore the Worker

     

    St. Isidore the Worker (1080 – 1172)

    วันเกิด: ค.ศ. 1080  มาดริด  ประเทศสเปน
    วันฉลอง: 15 พฤษภาคม
    อาชีพ: ชาวนา
    ชื่อเสียงอันเป็นที่รู้จัก: ความเรียบง่าย, ความสุภาพถ่อมตน, ความนบนอบ, ความซื่อสัตย์,
    การทำงานหนัก, ความเห็นอกเห็นใจต่อผู้อื่น,  ความใจดีต่อคนยากจน, ชีวิตภาวนา,
    การทรมานใช้โทษบาป
    ความสัมพันธ์กับนักบุญ: สมรสกับนักบุญ Maria de la Cabeza
    การเป็นผู้อุปถัมภ ์: ท่านเป็นผู้อุปถัมภ์ของชาวนา
    แบบอย่างสำหรับชีวิต: การร่วมพิธีมิสซาบูชาของพระคุณทุกครั้งที่มีโอกาส, การภาวนาขณะทำงาน,
    การไม่เสียเวลาโดยเปล่าประโยชน์, การซื่อสัตย์แม้ในเรื่องเล็กน้อย, การแบ่งปันสิ่งที่มีกับผู้ที่ต้องการ
    คุณรู้หรือไม่: นักบุญ Isidore เริ่มต้นวันใหม่ทุกวันด้วยการเข้าร่วมพิธีมิสซาบูชาขอบพระคุณตั้งแต่
    เช้าตรู่ ท่านไว้วางใจมอบตัวแด่พระเป็นเจ้า  และในบางครั้งโดยอาศัยความช่วยเหลือจากบรรดาเทวดา
    ท่านทำงานได้ปริมาณงานมากเท่ากับชาวนาสามคนทำรวมกัน    วันหนึ่งเจ้าของที่ดินมองเห็น
    วัวสีขาวกำลังไถนาข้าง ๆ นักบุญ Isidore เขาจึงวิ่งไปดูแต่เมื่อเข้าไปไกล้กลับพบเพียงนักบุญ Isidore 
    จึงถามเกี่ยวกับวัวสีขาว  ท่านนักบุญตอบว่า  “ข้าพเจ้าทำงานเพียงคนเดียวและไม่รู้จักใครที่ไถนากับ
    วัวสีขาวเลยนอกจากพระผู้เป็นเจ้าซึ่งเป็นผู้ประทานพละกำลังแก่ข้าพเจ้า” ด้วยเหตุนี้ท่าน
    จึงมีชื่อเสียงในด้านความศักดิ์สิทธิ์จนถึงขนาดที่ว่าเทวดายังช่วยเหลือแม้ในขณะกำลังไถนา

 

 

    Saint Mary of the Head ตัวอย่างของความศักดิ์สิทธิ์ในชีวิตแต่งงาน

    วันเกิด: เกิดที่ Uceda, Guadalajara ประเทศสเปน  จากนั้นใช้ชีวิตที่ Torrelaguna อันเป็นสถานที่ที่พบกับนักบุญ Isidore
    วันฉลอง : 9 กันยายน  และฉลองวันที่ 15 พฤษภาคมพร้อมกับนักบุญ Isidore ผู้เป็นสามี
    อาชีพ: แม่บ้าน  ท่านช่วยเหลือสามีในการทำงาน เช่น การขุดบ่อน้ำ และช่วยเหลืองานของหมู่บ้าน เช่น
    การทำความสะอาดโบสถ์ ฯลฯ
    ชื่อเสียงอันเป็นที่รู้จัก: ความเรียบง่าย, ความมัธยัสถ์, กิจเมตตาแห่งความรัก, การเจริญชีวิตเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับสามี
    จิตตารมณ์แห่งการรับใช้, ความบริสุทธิ์, ความถ่อมตัว, การอุทิศตัวแด่พระเป็นเจ้า
    ความสัมพันธ์กับนักบุญ: สมรสกับ St. Isidore the Worker
    การเป็นผู้อุปถัมภ์: intercessory tool for headaches
    แบบอย่างสำหรับชีวิต:  ท่านเป็นแบบอย่างในการแสวงหาทำงานที่ต่ำต้อย, การทำสิ่งเล็ก ๆ ด้วยความรักที่ยิ่งใหญ่,
    ความรักที่บริสุทธิ์ไม่เห็นแก่ตัวในความสัมพันธ์กับผู้อื่น
    คุณรู้หรือไม่ : Saint Maria มีนามสกุล Toribia  ส่วนสมญานาม “of the Head” มาจากการที่ศีรษะของท่านเป็นพระธาตุที่
    ได้รับการเคารพนับถือเป็นระยะเวลาที่ยาวนานหลายศตวรรษ  ครั้งหนึ่งร่างกายและศีรษะของท่านเคยถูกเก็บรักษาไว้ที่
    อารามฟรังซิสกันใน Torrelaguna    ต่อมาในปี ค.ศ. 1645 จึงได้ย้ายไปยัง St.Andrew’s Church ในมาดริด  เพื่อรับการเคารพเคียงคู่กับร่างกายของ
    นักบุญ Isidore ผู้เป็นสามี

    นักบุญซึ่งถือกำเนิดเป็นชาวมาดริดและเป็นองค์อุปถัมภ์ของ WYD ท่านนี้เจริญชีวิตด้วยความศรัทธาต่อศีลมหาสนิทและสวดภาวนา
    Maria Torribia เป็นหญิงชาวนาชาวสเปนซึ่งเชื่อกันว่าสมรสกับ Saint Isidore  โดยเป็นที่รู้จักในประเทศสเปนในชื่อ Santa Maria de la Cabeza    
    สภาพเหตุการณ์ของเมืองมาดริดเมื่อเก้าร้อยปีที่แล้วซึ่งอยู่ในยุคกลางเป็นช่วงเวลาแห่งความโกลาหลวุ่นวาย  เพราะถึงแม้ว่ามาดริดจะกลับมาเป็นของ
    ชาวคริสต์อีกครั้งในปี ค.ศ. 1085  แต่ก็ต้องพบกับการรุกรานถึงสองครั้ง จากอาณาจักรมุสลิมจากทางใต้คาบสมุทร Iberian ระหว่างศตวรรษที่ 12 
    ซึ่งทั้ง Saint Mary of the Head  ซึ่งฉลองในวันที่ 9 กันยายนและ Saint Isidore มีชีวิตอยู่ในช่วงเวลาดังกล่าว

    แม้ว่าวันเวลาจะผ่านไปนานนับศตวรรษแต่ Isidore และ Maria ยังคงเป็นตัวอย่างที่ดีสำหรับกระแสเรียกของผู้ใช้ชีวิตแต่งงาน ซึ่งนอกจากจะครอบครัว
    จะเป็นสถาบันแห่งการแสดงออกถึงความรักและการสืบทอดทางสายโลหิตแล้ว  ครอบครัวยังเป็นกระแสเรียกที่นำไปสู่ความศักดิ์สิทธิ์อีกด้วย

    เราไม่ทราบวันเกิดที่แน่นอนของ Saint Mary of  the Head  แต่ประมาณว่าน่าจะอยู่ในปลายศตวรรษที่ 11  หรือต้นศตวรรษที่ 12   ท่านเจริญชีวิต
    อย่างชาวบ้านมาดริดซึ่งขณะนั้นถูกรวมเข้ากับอาณาจักร Castilla  ซึ่งไม่ค่อยปลอดภัยเนื่องจากตกอยู่ภายใต้การรุกรานของอาณาจักรมุสลิมทางตอนใต้
    ของคาบสมุทร  ระหว่างการรุกรานของราชวงศ์ Almoravid  นักบุญ Isidore ได้หลบหนีไปยัง Torrelaguna อันเป็นสถานที่ที่ท่านได้พบกับ Maria 
    สตรีที่ท่านจะสมรสด้วยในอนาคต ทั้งสองมีบุตรชายอันเป็นผลแห่งความรักในชีวิตแต่งงานมีชื่อว่า Illan  โดยมีเรื่องเล่าว่าเมื่อครั้งที่ Illan ยังเป็นเด็กเล็ก
    เขาได้ตกลงไปในบ่อน้ำ   แต่โดยอาศัยคำภาวนาอันน่าอัศจรรย์ของผู้เป็นบิดามารดาคือ Mary และ Isidore ทำให้น้ำในบ่อเพิ่มระดับสูงขึ้นจนสามารถ
    คว้าตัว Illan ที่ลอยขึ้นมาได้  เหตุการณ์นี้เป็นหนึ่งในบรรดาอัศจรรย์หลายครั้งที่เกิดขึ้นซึ่งเป็นที่จดจำอย่างประทับใจสำหรับ Alonso Cano ผู้ได้วาดภาพ
    แสดงเหตุการณ์ดังกล่าวเมื่อปี ค.ศ. 1648   โดยเราสามารถชมภาพดังกล่าวได้ที่พิพิธภัณฑ์ Prado ในกรุงมาดริด

    ชีวิตในยุคกลางเป็นเวลาที่ยากลำบากสำหรับสตรี  Saint Mary of the Head  รับผิดชอบอย่างดียิ่งในการดูแลงานบ้านและงานในทุ่งนา  ท่านวางใจใน
    ความช่วยเหลือของสามี ท่านเป็นบุคคลที่ศักดิ์สิทธิ์   สุภาพ ทำงานหนัก  เป็นภรรยาและมารดาที่ดี  ท่านเป็นคาทอลิกที่ศรัทธาและร้อนรน  
    หลังจากการตายของสามีในปี ค.ศ. 1172 ท่านได้กลับไปยัง Torrelaguna และสิ้นใจอย่างศักดิ์สิทธิ์เยี่ยงนักบุญประมาณปี ค.ศ. 1175 หรือ ค.ศ. 1180

    สำหรับพระธาตุส่วนที่เป็นศีรษะของท่านนั้นหลังจากที่ได้มีการเคลื่อนย้ายหลายครั้ง ในที่สุดเมื่อปี ค.ศ. 1769 ได้ถูกนำไปไว้ที่ Real Colegiata de
    San Isidor ในเมืองมาดริด   ซึ่งเป็นสถานที่เก็บรักษาและได้รับความเคารพจนกระทั่งทุกวันนี้เคียงคู่กับร่างกายที่ไม่เปื่อยเน่าของนักบุญ Isidore
    นักบุญผู้อุปถัมภ์ของเมืองมาดริดผู้เป็นสามี

     

    St. Rafael Arnaiz (1911 – 1938)

    วันเกิด : 9 เมษายน 1911  ที่เมือง Burgos ประเทศสเปน
    วันฉลอง: 26 เมษายน
    ชื่อเสียงอันเป็นที่รู้จัก: ความสุภาพถ่อมตน, การนอบน้อมต่อน้ำพระทัยของพระเป็นเจ้า
    ความไวในความรู้สึกและความสามารถพิเศษด้านความงดงามเชิงศิลปะ, อารมณ์ขัน, ความปรารถนา
    ที่จะมีชีวิตอยู่เพื่อรักพระคริสตเจ้า พระนางมารีอา ไม้กางเขนและอาราม Trappist
    แบบอย่างสำหรับชีวิต :  ท่านเป็นแบบอย่างในเรื่องการตอบรับการเรียกนของพระคริสตเจ้าโดยทันที
    การละทิ้งตนเองไว้ในพระหัตถ์ของพระเป็นเจ้า, การรับความทุกข์ทรมานด้วยจิตใจยินดี
    และการที่พระเป็นเจ้าคือความสุขเดียวในชีวิต
    คุณรู้หรือไม่: เมื่อสำเร็จการศึกษาท่านมีอาชีพเป็นสถาปนิกแห่งมาดริด แต่เมื่อตระหนักถึง
    การเรียกของพระเป็นเจ้าท่านได้เจิมถวายตัวเจริญชีวิตในอารามคณะ Trappist ในวันที่ 15
    เมษายน 1934  ที่อารามแห่งนี้เองพระเป็นเจ้าได้ทดสอบท่านด้วยอาการเจ็บป่วยอย่างแสนสาหัส
    จากโรคเบาหวานจนเป็นเหตุให้ท่านต้องออกจากอารามถึงสามครั้ง แต่ทุกครั้งท่านกลับเข้าอาราม
    โดยสำนึกที่จะมอบชีวิตของตนในการตอบสนองต่อการเรียกของพระเป็นเจ้าอย่างซื่อสัตย์และด้วย
    จิตใจกว้างขวาง

     

     

     

 

 

    St. John of Avila (1500 – 1569)

    วันเกิด : 6 มกราคม ค.ศ. 1500 ที่ Almodovar del Campo ใกล้เมือง Toledo ประเทศสเปน
    วันฉลอง: 10 พฤษภาคม
    ชื่อเสียงอันเป็นที่รู้จัก: การถวายพิธีมิสซาบูชาขอบพระคุณอย่างศรัทธา, พรสวรรค์ในการเทศน์สอน,
    การส่งเสริมให้รับศีลมหาสนิทบ่อย ๆ, ความพยายามในการปฏิรูปสงฆ์และฆราวาส, งานแพร่ธรรมและงานด้านสังคม,
    การเป็นผู้แนะนำวิญญาณที่ดี, กิจเมตตาแห่งความรัก, ความสุขุมรอบคอบ
    การเป็นผู้อุปถัมภ์ : ท่านเป็นผู้อุปถัมภ์ของคณะนักบวชฆราวาสของสเปน (Spanish secular clergy)
    ความสัมพันธ์กับนักบุญ: St. Teresa of Avila, Saint John of God, Saint Francis Borgia และ Louis of Granada
    ผู้น่าเคารพ  ซึ่งท่านเหล่านี้เป็นผู้ที่ศรัทธาเลื่อมใสต่อคำสอนและชื่อเสียงอันศักดิ์สิทธิ์เยี่ยงนักบุญของท่าน
    ผลงานสำคัญ: Audi Fili และ Spiritual Letters
    แบบอย่างสำหรับชีวิต: การปลูกฝังความรักที่ลึกซึ้งในศีลมหาสนิท, การเป็นนักปฏิรูปในสถานการณ์ที่จำเป็น,
    การอบรมปั้นแต่งจิตวิญญาณของตนอย่างจริงจัง, การพูดและเจริญชิวิตในความจริงแม้จะต้องทนทุกข์ทรมาน
    เพราะความจริงนั้น
    คุณรู้หรือไม่: ที่ Salamanca นักบุญยอห์นมีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกับ Society of Jesus เป็นอย่างยิ่ง  ท่าน
    ให้คำแนะนำมากมาย ท่านร่วมศึกษากับพวกเขาและต้องการปฏิรูปการศึกษาเล่าเรียน  ท่านช่วยเหลือคณะนี้เมื่อ
    พบกับความยุ่งยากใน Salamanca   ดังนั้นเมื่อนักบุญอิกญาซีโอเห็นว่า St. John มีความใกล้ชิดกับคณะมาก
    เช่นนี้จึงปรารถนาให้ท่านเข้าเป็นสมาชิกในคณะ  แต่พระญาณสอดส่องและอาการเจ็บป่วยของ St. John ทำให้
    ความปรารถนาข้อนี้ไม่สำเร็จ แม้กระนั้นท่านยังคงช่วยเหลือคณะเยสุอิตอย่างแข็งขันเรื่อยมาจนกล่าวได้ว่า
    การที่คณะเยสุอิตสามารถขยายตัวในประเทศสเปนได้ก็เนื่องมาจากผลจากการทำงานของ St. John  

     

    St. Teresa of Avila (1515 – 1582) : จากชีวิตแบบไปเรื่อย ๆ ไปสู่ความศักดิ์สิทธิ์


    ชื่อเรียกเมื่อล้างบาป: Teresa de Cepeday Ahumanda
    วันเกิด: 28 มีนาคม ค.ศ. 1515 ที่ Avila ประเทศสเปน
    วันฉลอง: 15 ตุลาคม
    สมญานามในพระศาสนจักร: Doctor of Prayer (เป็นสตรีคนแรกที่พระศาสนจักร
    ประกาศให้เป็นนักปราชญ์แห่งพระศาสนจักร -  Doctor of the Church)
    ชื่อเสียงอันเป็นที่รู้จัก : การปฏิรูปคณะ Cramelite,  การก่อตั้งอาราม 15 แห่งของ
    Discalced Carleletes, การเจริญชีวิต Mystical Life ที่เข้มข้น
    การเป็นผู้อุปถัมภ์: ท่านเป็นผู้อุปถัมภ์ของนักเขียน
    ความสัมพันธ์กับนักบุญ : ท่านได้รับการแนะนำวิญญาณจาก St. John of the Cross
    ซึ่งเป็นผู้สืบทอดงานปฏิรูปคณะในฝ่ายชาย
    ผลงานสำคัญ: งานเขียนอัตชีวประวัติ, The Interior Castle, The Way of Perfection
    แบบอย่างสำหรับชีวิต :  การให้การภาวนาเป็นจุดศูนย์กลางของชีวิต, การมอบดวงใจ
    แด่พระคริสตเจ้า, การเจริญชีวิตอย่างสุภาพถ่อมตนโดยยอมรับความจริงของตนเอง,
    การมุ่งปฏิบัติฤทธิ์กุศลในทุกวันเวลาแห่งชีวิต
    คุณรู้หรือไม่ : เมื่อยังเป็นเด็ก Teresa และพี่ชายคือ Rodrigo ชอบอ่านประวัติชีวิตของนักบุญ 
    ทั้งสองประทับใจที่รู้ว่าบรรดานักบุญเข้าสวรรค์ทันทีเมื่อสิ้นใจ สำหรับพวกเขาแล้ว “สิ่งนี้ดูจะ
    เป็นการลงทุนราคาถูกเมื่อเทียบกับการชื่นชมยินดีของการได้อยู่กับพระเป็นเจ้า” และเพื่อ
    สิ่งนี้พวกเขาจึงตัดสินใจที่จะไปยังดินแดนของพวก Moors (ซึ่งเป็นศัตรูของชาวคริสต์)
    เพื่อตายเป็นมรณสักขี

    นักบุญจาก Avila ผู้นี้สอนเราว่าการภาวนาเป็นหนทางเดียวเพื่อรู้จักองค์พระผู้เป็นเจ้า
    นักบุญ Teresa of Jesus บรรลุถึงความครบครันในความสัมพันธ์กับพระเป็นเจ้า   ซึ่งดูเหมือน
    ว่าตัวอย่างของท่านในเรื่องนี้เป็นเรื่องไกลตัวจนยากที่จะเป็นจริงสำหรับเรา ท่านได้ปฏิรูป
    คณะนักบวชซึ่งมีอายุหนึ่งศตวรรษ ท่านบรรลุระดับสูงสุดของ mysticism งานเขียนของท่าน
    และชีวิตของท่านทำให้ท่านได้รับสมญานามนักปราชญ์แห่งพระศาสนจักร (Doctor
    of the Church)   ท่านเป็นนักบุญองค์อุปถัมภ์ของวันเยาวชนโลก (World Youth Day) ที่มีแบบอย่างที่น่าประทับใจ

    ชีวิตของ Teresa of Jesus เป็นที่ประจักษ์แก่เราว่ายังมีหนทางอื่นนอกเหนือจากเส้นทางที่เคยเดิน  แม้ว่าท่านเคยมีชีวิตตามค่านิยมร่วมสมัย  มีปัญหา
    และมีข้อบกพร่อง  ชีวิตของท่านเป็นแบบอย่างสำหรับเราว่าแม้จะถูกประจญล่อลวงมากมาย  แต่เราสามารถเจริญชีวิตในความครบครันในโลกนี้
    โดยทิ้งตัวในพระหัตถ์ขององค์พระผู้เป็นเจ้าอย่างเด็ดเดี่ยวมั่นคง

    Teresa เกิดที่ Avila ในปี ค.ศ. 1515  ครอบครัวของท่านเป็นครอบครัวใหญ่ ตั้งแต่ยังเป็นเด็กที่ Teresa มีลักษณะของการมอบอุทิศตน  ท่านชอบ
    เล่นเกมกับพี่ชายของท่านคือ Rodrigo ซึ่งมีอายุมากกว่าหนึ่งปี  เนื่องจากทั้งคู่ต่างประทับใจกับชีวิตของบรรดานักบุญ ดังนั้นด้วยวัย 7 ปี ทั้งสอง
    จึงตัดสินใจที่จะมอบชีวิตให้แก่พระเป็นเจ้าโดยการยอมตายเป็นมรณสักขีด้วยแผนการง่าย ๆ คือ เดินทางไปยังดินแดนของพวกมุสลิมและยอมตาย
    เพื่อพระเจ้า   ความตั้งใจนั้นแรงกล้าและพวกเขาลงมือทำจริง ๆ โดยหลบหนีจากบ้านและเริ่มต้นออกเดินทาง อย่างไรก็ตามหลังจากออกจากบ้าน
    ได้เพียงเล็กน้อยทั้งสองก็ถูกส่งตัวกลับบ้านโดยลุงซึ่งพบระหว่างทาง

    “การเล่น” the Contemplative Life
    เมื่อทางเลือกที่จะเป็นมรณสักขีล้มเหลวไม่เป็นท่า  Teresa และ Rodrigo จึงตัดสินใจที่จะเจริญชีวิตแบบ contemplative life   ทั้งสองสร้างที่พักแบบ
    พวกฤษีบริเวณมุมหนึ่งของสวนในบ้านโดยนำก้อนหินมาวางซ้อนทับกัน  และมักจะหลบมาสวดภาวนาอย่างสันโดษ  แต่สิ่งปลูกสร้างก็มักพังทลาย
    ลงมาบ่อย ๆ แต่ทั้งคู่ก็ไม่ละความพยายามโดยสร้างขึ้นใหม่ทุกครั้งไป

    วันเวลาผ่านไปและ Teresaเริ่มเข้าสู่วัยรุ่น ท่านยังคงไปไหนมาไหนกับ Rodrigo เสมอ ๆ ท่านชื่นชอบการอ่านนิยายเกี่ยวกับพระเอกขี่ม้าขาวซึ่งเป็น
    ที่นิยมในสมัยนั้น  เกี่ยวกับเรื่องนี้ท่านได้เขียนสารภาพในภายหลังว่า  “เรื่องราวพวกนี้ไม่เกิดประโยชน์อันใดนอกจากการทำให้ความตั้งใจที่ดีจืดจางลง
    และทำให้ข้าพเจ้าไม่นำพาต่อความผิดใด ๆ ทั้งสิ้น”  นอกนั้น Teresa ยังมีเพื่อนหลายคนและท่านก็ยอมปล่อยตัวให้ตกอยู่ในสภาพของการไม่
    เอาจริงเอาจังไปวัน ๆ   สภาพชีวิตเช่นนี้ทำให้บิดาของท่านไม่สู้สบายใจจึงส่ง Teresa ไปศึกษาที่อาราม Augustinian ในเมือง   ช่วงเวลานี้เอง
    ที่ท่านเริ่มคิดพิจารณาอย่างจริงจังเกี่ยวกับการยอมมอบถวายตัวแด่พระเป็นเจ้าในชีวิตนักบวช และหลังจากการต่อสู้กับการคัดค้านภายใน
    เป็นเวลาหลายเดือนตัดสินใจที่จะเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิต   บิดาของท่านยืนกรานปฏิเสธเมื่อทราบความประสงค์  อย่างไรก็ตาม Teresa ก็เข้า
    อาราม Carmelite of the Incarnation หลังจากที่บิดายอมแพ้ความตั้งใจที่เด็ดเดี่ยวของบุตรสาว

    ขณะอยู่ที่อาราม Teresa ต้องต่อสู้อย่างต่อเนื่องเพื่อเอาชนะนิสัยที่ชอบสลวนกับสิ่งต่าง ๆ ทางโลก เกี่ยวกับเรื่องนี้ท่านมีความคิดที่ชัดเจนว่า
    ตนเองตกหลุมรักพระเป็นเจ้าแต่ยังไม่สามารถประสบผลสำเร็จในการแสดงความรัก  ความอ่อนแอส่วนตัวได้ลากท่านไม่ให้มอบทุกสิ่งทุกอย่าง
    ในชีวิตของตนเพื่อสนิทสัมพันธ์กับพระเป็นเจ้า  นอกนั้นบรรยากาศที่ผ่อนคลายในอารามและความเจ็บป่วยบ่อย ๆ ก็มีส่วนทำให้ท่านละทิ้งการสวดภาวนา
    การเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตหลังจากหลายปีของการเย็นชาในการภาวนา ท่านได้กลับใจเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตอย่างถาวร พระสงฆ์ผู้แนะนำวิญญาณ
    ได้แสดงให้ท่านเห็นถึงอันตรายฝ่ายวิญญาณในการใช้ชีวิตอย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาวแบบที่เป็นอยู่  ท่านได้เขียนเกี่ยวกับเรื่องนี้ในภายหลังว่า
    “ในท่ามกลางอาการเจ็บป่วยที่เลวร้าย สิ่งที่ดีที่สุดก็คือการสวดภาวนา  และไม่ถูกต้องที่จะคิดว่าจะสามารถภาวนาได้เฉพาะเมื่อเงียบสงบอยู่
    คนเดียวเท่านั้น” อย่างไรก็ตามแม้ท่านจะรู้เช่นนี้แต่แทนที่จะคิดไตร่ตรองในเรื่องอันศักดิ์สิทธิ์ ท่านกลับปรารถนาให้เวลาภาวนาผ่านไปและ
    ต้องการได้ยินเสียงระฆังบอกสัญญาณว่าเวลาแห่งการรำพึงสิ้นสุดลงแล้ว”  ในที่สุดท่านได้เอาชนะความวักแวกประการนี้เมื่อได้เข้าใจเกี่ยวกับ
    บาปเริ่มแรกของบรรดานักบุญในหนังสือ The Confession ของนักบุญออกัสติน  และความศรัทธาที่ท่านมีต่อ St. Mary Magdalene

    ท่านตัดสินใจที่จะมอบตนเองในการภาวนา  พระเป็นเจ้าทรงมีพระประสงค์ให้ท่านรับประสบการณ์ mystical ซึ่งทำให้ท่านรู้สึกวุ่นวายใจเนื่องจาก
    ตระหนักดีในความไม่คู่ควรกับประสบการณ์เช่นนี้   ในครั้งแรกท่านคิดว่าสิ่งนี้เป็นการกระทำของปีศาจ แต่พระสงฆ์ผู้แนะนำวิญญาณได้ช่วยชี้นำ
    ทางจนท่านค้นพบเหตุที่แท้จริงและเริ่มเติบโตในความรักต่อองค์พระเป็นเจ้า

    ท่านเริ่มชีวิตที่ร้อนรนในการปรนนิบัติรับใช้พระเป็นเจ้า ท่านเป็นแบบอย่างในเรื่องความสนิทใกล้ชิดกับพระเจ้าโดยทางการภาวนาซึ่งเป็น
    การสนทนาแบบตัวต่อตัวกับพระเป็นเจ้า   ท่านได้เขียนประสบการณ์การภาวนานี้ตามคำแนะนำของพระสงฆ์ผู้แนะนำวิญญาณ  ซึ่งท่าน
    ได้ทำตามแม้จะสำนึกถึงความไม่เหมาะสมของตนเอง

    เรื่องยุ่งยากได้เริ่มต้นขึ้นโดย Teresa ต้องเจ็บปวดจากความไม่เข้าใจของบรรดาพี่น้องสมาชิกและผู้ใหญ่ในคณะเกี่ยวกับการปฏิรูปคณะเพื่อกลับ
    ไปสู่จุดเริ่มต้นและการละทิ้งชีวิตจิตที่ครึ่ง ๆ กลาง ๆ  ท่านถูกต่อต้านและเผชิญกับความไม่เห็นด้วยในคณะ  ท่านถูกสอบสวน ถูกใส่ร้ายและ
    สบประมาทจากความเข้าใจผิดเหล่านี้

    ท่านผ่านความยากลำบากและการต่อต้านทั้งปวงโดยสามารถปฏิรูปคณะ Carmelites และได้ตั้ง Discalced Carmelites  โดยให้ชีวิตเป็น
    การภาวนาและการพลีกรรมใช้โทษบาป   เอกลักษณ์ของคณะที่ปฏิรูปใหม่ก็คือการถือความเงียบและความยากจนอย่างที่สุด ซึ่งเป็นชีวิต
    คนละแบบกับอาราม Calced Carmelites    ท่านสิ้นใจที่ Alba de Tormes ในวันที่ 4 ตุลาคม ค.ศ. 2582 หลังจากได้ก่อตั้งอาราม
    เช่นนี้ 15 แห่งทั่วประเทศสเปน 

    Teresa เป็นทั้งอาจารย์และแบบอย่างของการสวดภาวนา  เราจะไม่สามารถอธิบายความศักดิ์สิทธิ์ของท่านได้เลยหากไม่กล่าวถึงการภาวนา
    ซึ่งเป็นหนทางที่ท่านได้พากเพียรและตั้งใจปฏิบัติตลอดชีวิต   ระยะเวลาอันยาวนานของความเย็นเฉยและการต่อต้านขัดขวางไม่สามารถ
    ปฏิเสธได้ว่าในที่สุดท่านได้ตกหลุมรัก พระผู้เป็นเจ้าผู้ซึ่งท่านได้มอบถวายชีวิตทั้งปวงไว้ในพระองค์

    St. Rose of Lima (1586 – 1617) : กุหลาบแห่ง Lima พลังแห่งการภาวนา

    ชื่อเรียกเมื่อล้างบาป: Isabel Flores de Oliva
    วันเกิด: 20 เมษายน ค.ศ. 1586 เมือง Lima ประเทศเปรู
    วันฉลอง: 23 สิงหาคม
    ความสัมพันธ์กับนักบุญ: ได้รับการโปรดศีลกำลังจากพระอัครสังฆราช
    แห่ง Lima คือ St. Turibius of Mogrovejo  และเป็นเพื่อนกับ
    St. Martin de Porres
    ชื่อเสียงอันเป็นที่รู้จัก : ความรักต่อศีลมหาสนิทและการสวดภาวนา
    ท่านเป็นชาวอเมริกาใต้คนแรกที่ได้รับแต่งตั้งเป็นนักบุญ
    การเป็นผู้อุปถัมภ์: ท่านเป็นผู้อุปถัมภ์ของชาวอเมริกาใต้ซึ่งเป็นผู้ที่ถูก
    เยาะเย้ยในความเคร่งศาสนาและการต่อต้านชีวิตที่ไร้ความหมาย
    แบบอย่างสำหรับชีวิต:  การไม่แสวงหาความยิ่งใหญ่ฝ่ายโลก, 
    การเจริญชีวิตอย่างซื่อสัตย์ต่อกระแสเรียก, การยอมรับความทุกข์ทรมาน
    ซึ่งเป็นของประทานจากพระเป็นเจ้าด้วยจิตใจร่าเริงยินดี
    คุณรู้หรือไม่: St. Rose of Lima ไม่เคยบวชเป็นซิสเตอร์ ท่านเป็น
    สมาชิกในคณะฆราวาสที่ใช้ชีวิตในบ้านกับครอบครัว  ท่านทำงาน
    อย่างหนักเพื่อช่วยเหลือจุนเจือครอบครัว เนื่องจากท่านมีหน้าตา
    สวยงามตั้งแต่แรกเกิดจึงถูกเรียกว่ากุหลาบ (Rose)  ซึ่งเป็นชื่อที่เรียก
    กันต่อมา   เมื่อเติบโตขึ้นท่านก็ยิ่งงดงามยิ่งขึ้น  อย่างไรก็ตาม
    ท่านได้ปฏิญาณตนที่จะถือความบริสุทธิ์ ท่านใช้พริกไทยและน้ำด่าง
    ผสมกันเพื่อทำลายใบหน้าไม่ให้เป็นที่ต้องตาชวนใจ   St. Rose
    มีฌานพิเศษและเห็นภาพนิมิต  ท่านได้รับความเจ็บปวดทรมานทั้ง
    ร่างกายและจิตใจ  รวมทั้งความเจ็บปวดในบริเวณเดียวกับ
    รอยแผลทั้งห้าของพระเยซูคริสตเจ้าผู้ถูกตรึง

    นักบุญชาวอเมริกาใต้คนแรกผู้เป็นองค์อุปถัมภ์ของวันเยาวชนโลก (WYD)
    ผู้นี้อุทิศชีวิตของตนเพื่อเอาใจใส่ดูแลผู้อ่อนแอในบรรดาผู้อ่อนแอทั้งหลาย
    Isabel Flores of Olive เกิดที่ Lima ในครอบครัวที่มีความเชื่อศรัทธา
    อย่างลึกซึ้งในคุณค่าและการอบรมแบบคริสตชน สถานที่ที่เป็นศูนย์กลาง
    ฝ่ายจิตใจของ Lima ก็คือวิหาร St. Dominic   เป็นวิหารแห่งนี้เอาที่ Rosa
    ซึ่งมีชื่อเสียงในความงดงามได้เข้าสู่ชีวิตฝ่ายวิญญาณแบบ Dominican  
    ท่านรับองค์พระคริสตเจ้าในศีลมหาสนิทเป็นประจำและเรียนรู้การสวดภาวนา เมื่ออายุ 20 ปีท่านต้องตัดสินใจครั้งสำคัญในการเลือกทางเดินชีวิต 
    ท่านรู้ว่าพระเป็นเจ้าได้ทรงเรียกท่านให้เจริญชีวิตนักบวชแบบ
    comtemplative  และท่านได้ตอบรับการเรียกนี้โดยเข้า
    คณะ Preachers of St. Dominic ซึ่งเป็นคณะที่มีจิตตารมณ์เป็นคนยากจน
    เพื่อผู้อื่นโดยการใช้ชีวิตกับครอบครัวภายนอกอาราม


    ท่านได้สร้างวัดเล็ก ๆ ที่สนามภายในบ้านของบิดาและใช้เวลานานหลายชั่วโมงเพื่อภาวนา  ท่านอุทิศตนช่วยเหลือคนยากจนและคนป่วยในเมือง Lima 
    ที่เข้ามาขอความช่วยเหลือ  

    Rosa เจริญชีวิตภายในอย่างลึกซึ้งโดยมีการภาวนาและการรักษาวินัยเป็นรากฐานชีวิตที่แข็งแกร่ง     ท่านได้เขียนอธิบายเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า
    วินัยเป็นสิ่งจำเป็นที่จะต้องได้รับการเติมเต็มให้สมบูรณ์โดยพระจิตเจ้า นำทางโดยพระจิตเจ้า เพื่อจะได้สามารถอยู่เหนือตนเองและเปลี่ยนแปลงโลก
    ได้อย่างแท้จริง    การภาวนาเป็นเวลานาน ๆ ทำให้ท่านมีชื่อเสียงในเรื่องความศักดิ์สิทธิ์    มีผู้คนมาหาท่านมากมายโดยท่านได้เป็นผู้แนะนำและ
    เป็นเครื่องหมายที่แลเห็นได้ของคุณค่าของการภาวนา  แม้ว่าท่านจะภาวนาอย่างไม่หยุดหย่อนตลอดระยะเวลา 15 ปี   ท่านกลับต้องพบกับ
    ความทุกข์จากความแห้งแล้งฝ่ายวิญญาณ   อย่างไรก็ตามประสบการณ์นี้เองช่วยท่านให้มีความสัมพันธ์กับพระผู้เป็นเจ้าอย่างแน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

    นอกจากการภาวนาแล้วเสาหลักที่ช่วยค้ำจุนชีวิตฝ่ายวิญญาณของท่านก็คือศีลมหาสนิทและความศรัทธาต่อพระนางพรหมจารีมารีอา 
    ซึ่งท่านแสดงให้ปรากฏโดยการสวดสายประคำ  ท่านกล่าวว่าคริสตชนทุกคน “ควรจะเทศน์สอนพระวาจาแก่โลกและให้พระวาจานั้นสลักแน่น
    อยู่ในจิตใจ”

    ท่านสิ้นใจในปี ค.ศ. 1671 ในวัยเพียง 31 ปี  จากการเจริญชีวิตเยี่ยงนักบุญซึ่งประจักษ์ชัดเจนในความเข้มข้น
    ร้อนรนที่ท่านรับใช้พระคริสตเจ้าโดยทางการภาวนาและศีลมหาสนิทนี้เอง พระศาสนจักรจึงแต่งตั้งท่านเป็นนักบุญในปี ค.ศ. 1671   ท่านจึงนับ
    เป็นนักบุญองค์แรกที่ถือกำเนิดในทวีปอเมริกาและเป็นองค์อุปถัมภ์ของทวีปอเมริกาใต้และประเทศฟิลิปปินส์
     

    John Paul II (1920 – 2005)

    วันเกิด : 18 พฤษภาคม ค.ศ. 1920 ที่ Wadowice ประเทศโปแลนด์
    ชื่อเรียกเมื่อล้างบาป: Karol Jozef Wojtyla
    การเป็นบุญราศี: 1 พฤษภาคม ค.ศ. 2011 โดยพระสันตะปาปาเบเนดิกซ์ที่ 16
    ชื่อเสียงอันเป็นที่รู้จัก : การยืนหยัดยึดมั่นในความจริง, ไวต่อการรับรู้ถึง
    ความเป็นไปในชีวิตของทุกคน  โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ถูกกดขี่  ผู้ทนทุกข์ทรมาน
    คนเจ็บป่วย คนต่ำต้อย  เยาวชนและเด็ก ๆ, ความศรัทธาต่อพระมารดามารีอา,
    การส่งเสริมการวิงวอนพระเมตตาของพระเป็นเจ้า, ความเป็นหนึ่งเดียว
    ของมนุษยชาติ, การประกาศพระวรสาร, การเรียกร้องให้ทุกคนเจริญชีวิต
    สู่ความศักดิ์สิทธิ์, ความเชื่อในพลังของคนหนุ่มสาวที่จะสร้างสังคมและใช้ชีวิต
    อย่างดีงาม    

    John Paul II เป็นบุคคลที่สุภาพถ่อมตนและกล้าหาญ   มีพลังชีวิตอย่างเต็มเปี่ยม  มีความรักในพระเยซูคริสตเจ้า  ท่านเป็นผู้ที่มีอารมณ์ขัน มีชีวิตภาวนาที่ลึกซึ้ง
     และเพียรทนรับความทุกข์ทรมานอย่างยาวนาน  ท่านเป็นผู้ริเริ่มวันเยาวชนโลก
    และการประชุมครอบครัวในระดับโลก


    แบบอย่างสำหรับชีวิต : เราควรเลียนแบบท่านในเรื่องการปลูกฝังความศรัทธา
    ต่อศีลมหาสนิทและพระนางพรหมจารีมารีอาโดยใช้เวลาในการนมัสการ
    ศีลมหาสนิทและสวดสายประคำ ความกล้าหาญที่จะยืดหยัดในค่านิยมแบบ
    คริสตชนท่ามกลางความวุ่นวายในโลก  การปกป้องผู้ต่ำต้อยอ่อนแอ
    ความกล้าหาญในการประกาศพระนามของพระเยซูเจ้าและข่าวดีแห่งความรอด
    ต่อมนุษยชาติ   การตอบสนองต่อการเรียกของบรรดาคนหนุ่มสาวที่
    จะเป็นแสงสว่างส่องโลกและทำงานเพื่อสร้างชีวิตและสังคมแห่งความรัก
    คุณรู้หรือไม่: ท่านใช้ชีวิตวัยหนุ่มในยุคที่นาซียึดครองโปแลนด์  เมื่อท่าน
    ตระหนักว่าท่านได้รับกระแสเรียกเพื่อเป็นพระสงฆ์   Karol Vojtyla จึงเข้าศึกษาในบ้านเณรลับแห่งหนึ่งใน Krakow ประเทศโปแลนด์ ที่ดำเนินงานโดย
    พระอัครสังฆราช คาร์ดินัล Adam Stefan Sapieha ท่านเป็นหนึ่งในบรรดาผู้ก่อตั้ง “Rhapsodic Theatre” ที่มีเจตจำนงที่จะประกาศค่านิยมของพระคริสตเจ้า
    และเผยแพร่ข่าวดีแห่งพระวรสารโดยผ่านทางศิลปะ

     

“ผู้แปลอุทิศผลงานนี้สำหรับ คุณพ่อไรมุนโด กราซีอา ซานโตส
 พระสงฆ์มิชชันนารีคณะซาเลเซียนชาวสเปน 
ผู้อุทิศชีวิตเพื่อความดีของเยาวชนในประเทศไทย
”

 

 

หน้าหลัก

อ่านทั้งหมด