พระวาจาประจำเดือนกันยายน 2017

 

จุลสารเพื่อ(น)เยาว์  ฉบับที่ 149
เดือนสิงหาคม 2017

 

สมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิสฯ ทรงมอบ
หัวข้อพระวาจาเพื่องานอภิบาลเด็กและ
เยาวชนต่อเนื่อง 3 ปี ดังนี้...

ค.ศ.2017 วันเยาวชนโลกครั้งที่ 32
พระผู้ทรงสรรพานุภาพทรงกระทำ
กิจการยิ่งใหญ่สำหรับข้าพเจ้า
พระนามของพระองค์ศักดิ์สิทธิ์ (ลก.1.49)

ค.ศ.2018 วันเยาวชนโลกครั้งที่ 33
“มารีย์ อย่ากลัวเลย
ท่านเป็นผู้ที่พระเจ้าโปรดปราน" (ลก.1.30)

ค.ศ.2019 วันเยาวชนโลกครั้งที่ 34 ปานามา
“ข้าพเจ้าเป็นผู้รับใช้ของพระเจ้า
ขอให้เป็นไปกับข้าพเจ้า
ตามวาจาของท่านเถิด”(ลก.1.38)
 

 

MESSAGE OF POPE FRANCIS FOR THE THIRTY-SECOND WORLD YOUTH DAY 2017

 

สาส์นของพระสันตะปาปาฟรังซิส
สำหรับวันเยาวชนโลกครั้งที่ 32 ค.ศ. 2017
 

 

สารวันเยาวชนแห่งชาติ 2017
จาก ฯพณฯ สิริพงษ์ จรัสศรี

 

สารวันเยาวชนแห่งชาติ 2017
จากคุณพ่อสานิตย์ พลมาก

 

 

แผนกเยาวชน อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ

 

แผนกเยาวชน สังฆมณฑลเชียงใหม่

 

แผนกเยาวชน สังฆมณฑลนครสวรรค์

 

แผนกเยาวชน สังฆมณฑลจันทบุรี

 

แผนกเยาวชน อัครสังฆมณฑลท่าแร่ฯ

 

แผนกเยาวชน สังฆมณฑลนครราชสีมา

 

แผนกเยาวชน สังฆมณฑลอุดรธานี

 

แผนกเยาวชน สังฆมณฑลอุบลราชธานี

 

แผนกเยาวชน สังฆมณฑลราชบุรี

 

แผนกเยาวชน สังฆมณฑลสุราษฎร์ธานี

 

ศูนย์กลางนิสิตนักศึกษาคาทอลิกฯ

 

องค์กรพลศีล

 

องค์กรพลมารีเยาวชน

 

องค์กร S.Y.M

 

องค์กร Y.C.S

 

ชมรมนักบวชหญิง

 

องค์กรโฟโคราเล

 

องค์กรกองหน้าร่าเริง

 

Jusus Youth Movement

 

 


โอกาสครบรอบ 36 ปี สภาเยาวชน
Special Thank:
ขอบคุณพระเจ้าสำหรับความรักและพระพร
ที่พระองค์ประทานให้
ขอบคุณพระศาสนจักรคาทอลิกไทย
สภาพระสังฆราชคาทอลิกแห่งประเทศไทย
ขอบคุณคณะกรรมการฯ เพื่อคริสตชนฆราวาส
แผนกเยาวชนและผู้ใหญ่ทุก ๆ ท่าน
ขอบคุณทุกองค์กรและผู้มีส่วนร่วม
เป็นหนึ่งเดียวกับเรามายาวนาน
จิตตาภิบาล ผู้ประสานงาน และเพื่อนเยาวชน
จากทุกสังฆมณฑล องค์กร

ขอบคุณ...ขอบคุณ...และ ขอบคุณ...
 

 

 

 

 

สวัสดีครับ เพื่อน ๆ เยาวชนที่รัก..
C-box เป็นอีกช่องทางในการพูดคุยกัน
หรือแจ้งข่าวสารแบบเร่้งด่วน
เข้ามาพูดคุยกันได้นะครับ
เขียนชื่อ-ข้อความ + กด ENTER ได้เลย
และสามารถเลื่อน ลงมาดู
ข้อความสนทนาเก่า ๆ ได้ครับ
ขอให้มีความสุขกับการพบปะกัน
ในพื้นที่เล็ก ๆ นะครับ
(ปล.ขอความกรุณาใช้ข้อความสุภาพนะครับ

 

น้อง ๆ เยาวชน
ที่อยากพูดคุยกับลุงริศ เชิญทางนี้ค่ะ

 

 

เพื่อนความคิด ชีวิตคริสตชน

 

คำสอนดีดี.คอม

 

เกล็ดเล็ก...เกล็ดน้อย

 

ห้องเอกสาร

 

บำรุงศรัทธา

 

บทสวดของฉัน

 

บทเพลงคริสตชน

 

บ้านใส่ใจ

 

ทีวีบูรพา

 

ยุวธรรมทูต

 

ลิงค์คาทอลิก

 

World Youth Day 2019

 

Asian Youth Day 7th

 

POPE Report

 

Synod 2018

 

 

สาส์นของสมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิส
สำหรับวันเยาวชนโลกครั้งที่ 32
ค.ศ. 2017

“พระผู้ทรงสรรพานุภาพทรงกระทำกิจการยิ่งใหญ่สำหรับข้าพเจ้า” (ลก. 1: 49)

ลูกๆ เยาวชนที่รักทั้งหลาย
บัดนี้พวกเรากำลังจะเดินทางกันอีกแล้วโดยปฏิบัติตามมติการประชุมที่ยิ่งใหญ่ที่ผ่านมา ณ เมืองคราครูฟ ซึ่งพวกเรา
ทำการเฉลิมฉลองวันเยาวชนโลกครั้งที่ 31 พร้อมกับปีศักดิ์สิทธิ์สำหรับเยาวชนอันเป็นส่วนหนึ่งแห่งปีศักดิ์สิทธิ์แห่ง
พระเมตตา พวกเราได้วอนขอนักบุญยอห์น ปอล ที่ 2 พระสันตะปาปา และนักบุญโฟสตีนา โกวัลสกา อัครสาวกแห่ง
พระเมตตาของพระเจ้าเป็นผู้นำทางเราเพื่อพวกเราจะได้สามารถตอบสนองต่อการท้าทายแห่งกาลเวลาของเรา พวกเรา
มีประสบการณ์ยอดเยี่ยมแห่งมิตรภาพและความชื่นชมยินดี และพวกเราก็ได้มอบเครื่องหมายแห่งความหวังให้กับ
โลกนี้ ผืนธงและภาษาที่แตกต่างของเราไม่ใช่เหตุผลแห่งการเป็นอริและการแตกแยก แต่เป็นโอกาสเปิดประตูหัวใจ
ของเราเพื่อสร้างสะพานเชื่อมต่อกัน

ในวันปิดการประชุมเยาวชนโลกที่เมืองคราครูฟ พ่อประกาศว่าการเดินทางแสวงบุญของพวกเราครั้งต่อไปซึ่งอาศัย
ความช่วยเหลือของพระเจ้าจะนำเราไปพบกันที่ประเทศปานามาในปี ค.ศ. 2019 ในการเดินทางนี้จะมีพระแม่มารีย์
พรหมจารีซึ่งทุกชาติทุกภาษาขานพระนามพระแม่ว่าเป็นผู้มีบุญ (เทียบ ลก. 1: 48) ร่วมเดินทางไปกับพวกเรา ใน
ช่วงของการเดินทางใหม่นี้พวกเราจะใช้หัวข้อที่ต่อเนื่องมาจากครั้งที่แล้วโดยที่เราจะไตร่ตรองกันถึงมหาบุญลาภหรือ
ความสุขแท้ พร้อมกับเชื้อเชิญพวกเราให้ก้าวไปข้างหน้าต่อไป ไม่ยึดติดพอใจอยู่กับเพียงความทรงจำในอดีตเท่านั้น
แต่ว่าพวกเราต้องมีความกล้าหาญในปัจจุบันและมีความหวังในอนาคตด้วย  แน่นอนว่าทัศนคติดังกล่าวมีอยู่ในเยาวนารี
มารีย์แห่งนาซาเร็ธ ซึ่งได้แสดงออกมาอย่างชัดเจนในหัวข้อที่พวกเราเลือกสำหรับการไตร่ตรองเป็นเวลา 3 วันใน
การชุมนุมเยาวชนโลก ในปีนี้ (ค.ศ. 2017) เราจะทำการไตร่ตรองเกี่ยวกับความเชื่อของมารีย์ผู้ทรงกล่าวในบทเพลง
สรรเสริญของแม่พระ (Magnificat) ว่า: “พระผู้ทรงสรรพานุภาพทรงกระทำกิจการยิ่งใหญ่สำหรับข้าพเจ้า” (ลก. 1: 49)
ส่วนหัวข้อสำหรับปีหน้า (ค.ศ. 2018) – “มารีย์ อย่ากลัวเลย ท่านเป็นผู้ที่พระเจ้าโปรดปราณ” (ลก. 1: 30) หัวข้อนี้จะ
นำเราไปสู่การไตร่ตรองเกี่ยวกับความรักเมตตาที่กล้าหาญซึ่งพระแม่มารีย์พรหมจารียินดีตอบรับสาส์นแห่งทูตสวรรค์
ส่วนวันเยาวชนโลกในปี ค.ศ. 2019 พวกเราจะได้รับแรงบันดาลใจจากคำที่ว่า “ข้าพเจ้าเป็นผู้รับใช้ของพระเจ้า ขอให้
เป็นไปกับข้าพเจ้าตามวาจาของท่านเถิด” (ลก. 1: 38) นี่เป็นคำตอบที่เปี่ยมด้วยความหวังของมารีย์ต่อทูตสวรรค์

ในเดือนตุลาคม ค.ศ. 2018 พระศาสนจักรจะทำการประชุมสภาซีน็อดแห่งบรรดาพระสังฆราช ภายใต้หัวข้อ “เยาวชน
ความเชื่อ และการไตร่ตรองกระแสเรียกของตน” พ่อและบรรดาพระสังฆราชจะพูดกันเกี่ยวกับพวกเธอในฐานะที่เป็น
เยาวชนผู้ที่กำลังมีประสบการณ์ชีวิตแห่งความเชื่อท่ามกลางการท้าทายต่างๆในยุคของเรา เราจะอภิปรายกันถึงประเด็น
ที่ว่าพวกเธอจะสามารถพัฒนาโครงการชีวิตโดยการไตร่ตรองกระแสเรียกส่วนตัวของเธอได้อย่างไร ไม่ว่าจะเป็นชีวิต
ของการแต่งงาน  วิชาชีพ หรือชีวิตการถวายตัว และเป็นพระสงฆ์  พ่อหวังว่าการเดินทางสู่การประชุมเยาวชนโลกที่
ประเทศปานามาและกระบวนการเตรียมพร้อมสำหรับการประชุมสมัชชาซีน็อดของบรรดาพระสังฆราชจะขับเคลื่อน
ไปด้วยดี

ยุคของเราไม่ต้องการเยาวชนที่ “เกียจคร้าน”
ตามคำบอกเล่าของพระวรสารโดยนักบุญลูกา ขณะที่มารีย์ได้รับสาส์นจากทูตสวรรค์และตอบรับที่จะเป็นมารดาของ
พระผู้ไถ่แล้ว เธอก็รีบออกเดินทางไปเยี่ยมลูกผู้พี่เอลิซาเบ็ธทันที ซึ่งตั้งครรภ์ได้ 6 เดือนแล้ว (เทียบ 1: 36, 39)
มารีย์ยังเป็นสาวน้อยอยู่ สิ่งที่เธอได้การบอกเล่านั้นเป็นพระพรยิ่งใหญ่ แต่นี่หมายถึงการท้าทายที่ยิ่งใหญ่เช่นเดียวกัน
พระเจ้าทรงประทานความมั่นใจกับเธอว่าพระองค์จะประทับอยู่กับเธอและคอยสนับสนุนเธอ แม้ว่ามีหลายสิ่งที่ไม่มี
ความชัดเจนในสมองและหัวใจของเธอ จะอย่างไรก็ตามเธอมิได้ขังตัวเองอยู่ในบ้านหรือทำตนเป็นคนพิการเพราะ
ความกลัวหรือความภูมิใจ มารีย์ไม่ใช่บุคคลประเภทที่ชอบความสะดวกสบาย ต้องการเก้าอี้นั่งนิ่มๆซึ่งทำให้เธอ
สามารถรู้สึกว่าปลอดภัย ปราศจากคนรบกวน เธอมิใช่คนเกียจคร้าน (เทียบ คำปราศรัยวันตื่นเฝ้า คราครูฟ วันที่ 30
กรกฎาคม ค.ศ. 2016) หากลูกผู้พี่ของเธอต้องการความช่วยเหลือ เธอจะไม่รีรอ แต่รีบออกเดินทางโดยทันที

หนทางไปยังบ้านของเอลิซาเบ็ธนั้นไกลมาก ประมาณ 150 กิโลเมตร แต่สาวน้อยแห่งนาซาเร็ธซึ่งนำโดยพระจิตไม่
ย่นย่อต่ออุปสรรคใดๆทั้งสิ้น  แน่นอนว่าหลายวันแห่งการเดินทางนั้นช่วยเธอให้รำพึงไตร่ตรองถึงเหตุการณ์อัศจรรย์
ซึ่งเธอเป็นส่วนหนึ่งของเหตุการณ์นั้น สำหรับพวกเราก็เช่นเดียวกัน ทุกครั้งที่เราออกเดินทางไปจาริกแสวงบุญ
ตลอดเวลาแห่งการเดินทางนั้นเหตุการณ์ต่างๆในชีวิตของเราจะปรากฏขึ้นในสมอง พวกเราเรียนรู้ที่จะชื่นชอบ
ความหมายของแต่ละเหตุการณ์ แล้วนำมาแยกแยะกระแสเรียกของเราซึ่งจะมีความชัดเจนในการสัมผัสกับพระเจ้า
และในการรับใช้ผู้อื่น

พระผู้ทรงสรรพานุภาพทรงกระทำกิจการยิ่งใหญ่สำหรับข้าพเจ้า
การพบปะกันระหว่างสตรีสองคน คนหนึ่งยังสาว อีกคนหนึ่งชราแล้ว เปี่ยมด้วยการประทับอยู่ของพระจิต ความชื่นชม
ยินดีและความพิศวง (เทียบ ลก. 1: 40-45) คุณแม่ทั้งสองเช่นเดียวกับทารกในครรภ์ต่างกระโดดโลดเต้นด้วยความ
ชื่นชมยินดี เนื่องจากความประทับใจในความเชื่อของมารีย์ นางเอลิซาเบ็ธจึงร้องด้วยเสียงดังว่า “เธอเป็นสุขที่เชื่อว่า
พระวาจาที่พระเจ้า ตรัสแก่เธอไว้จะเป็นจริง” (ข้อ 45)  พระพรอันยิ่งใหญ่ประการหนึ่งที่มารีย์ได้รับอย่างแน่นอนคือ
ความเชื่อ  ความเชื่อในพระเจ้าคือของขวัญอันล้ำค่าที่สุด นี่เป็นของขวัญที่พวกเราต้องได้รับ เอลิซาเบ็ธอวยพรมารีย์
เพราะของขวัญประการนี้ และมารีย์ก็ตอบด้วยบทเพลงสรรเสริญมักญีฟีกัต (Magnificat - เทียบ ลก. : 46-55) ซึ่งเรา
พบคำว่า “พระผู้ทรงสรรพานุภาพทรงกระทำกิจการยิ่งใหญ่สำหรับข้าพเจ้า” (ข้อ 49)

คำภาวนาของมารีย์เป็นการปฏิรูป  บทเพลงของหญิงสาวที่เปี่ยมด้วยความเชื่อนั้นหยั่งรู้ถึงข้อจำกัดของตน แต่เธอก็
วางใจในพระเมตตาของพระเจ้า  เธอโมทนาคุณพระองค์ที่เล็งเห็นความต่ำต้อยของเธอและสำหรับผลงานที่ช่วยให้รอด
ซึ่งพระองค์ทรงกระทำเพื่อมวลมนุษย์ที่ยากจนน่าสงสาร  ความเชื่อเป็นศูนย์กลางในดวงใจสำหรับเรื่องราวทุกอย่าง
ของมารีย์  บทเพลงของเธอช่วยให้พวกเราเข้าใจพระเมตตาของพระเจ้าที่เป็นพลังขับเคลื่อนประวัติศาสตร์ ซึ่งเป็น
ประวัติศาสตร์ของพวกเราแต่ละคนและของมนุษย์ทั้งปวง

เมื่อพระเจ้าทรงสัมผัสดวงใจของคนหนุ่มหรือหญิงสาว พวกเขาจะสามารถกระทำสิ่งยิ่งใหญ่ได้ “สิ่งยิ่งใหญ่” ที่พระผู้
ทรงสรรพานุภาพกระทำในชีวิตของมารีย์ยังหมายถึงการเดินทางในชีวิตของเราด้วย ซึ่งใช่ว่าจะไม่มีความหมาย แต่จะ
เป็นการเดินทางซึ่งท่ามกลางความไม่แน่นอนและความทุกข์ยากก็สามารถที่จะพบกับความสำเร็จในพระเจ้าได้(เทียบ
คำปราศรัยเย็นวันตื่นเฝ้า คราครูฟ วันที่ 30 กรกฎาคม ค.ศ. 2016)  พวกเธออาจบอกพ่อว่า “แต่สันตะบิดาครับ ผมม
ีข้อจำกัด ผมเป็นคนบาป ผมต้องทำอย่างไร?”  เมื่อพระเจ้าทรงเรียกเรา พระองค์ไม่ได้คำนึงว่าเราเป็นใครหรือเรา
ได้ทำอะไรไปแล้ว  ตรงกันข้าม ณ วินาทีที่พระองค์ทรงเรียกเราพระองค์ทรงมองไปข้างหน้าเพื่อมองทุกสิ่งที่เรา
สามารถกระทำได้ เฉกเช่นสาวน้อย มารีย์ เธอสามารถทำให้ชีวิตของเธอกลายเป็นเครื่องมือที่ทำให้โลกเป็นสถานที่
น่าอยู่มากขึ้นกว่าเดิม พระเยซูกำลังเรียกพวกเธอให้ทิ้งสิ่งที่ผ่านมาแล้วไว้เบื้องหลัง ปล่อยให้อดีตเป็นเรื่องของ
ประวัติศาสตร์ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราวของเธอเองหรือของคนอื่น (เทียบ คำปราศรัยเย็นวันตื่นเฝ้า คราครูฟ วันที่ 30
กรกฎาคม ค.ศ. 2016)

การเป็นคนหนุ่มสาวไม่ได้หมายความตนไม่มีความเชื่อมโยงกับอดีต
มารีย์เป็นสาวที่โตกว่าสาววัยรุ่นเล็กน้อยก็เหมือนกับพวกเธอหลายคนนั่นแหละ แต่ในบทเพลงมักญีฟีกัต (Maginificat)
เธอร้องเพลงสรรเสริญของประชากรและประวัติศาสตร์ของพวกเขา นี่เป็นการแสดงให้พวกเราเห็นว่าการเป็นคน
หนุ่มสาวไม่ได้หมายความว่าสิ่งนี้ไม่มีการเชื่อมโยงกับประวัติศาสตร์  ประวัติศาสตร์ส่วนตัวของเราเป็นส่วนหนึ่งแห่ง
ความหลังยืดยาว ซึ่งเป็นการเดินทางร่วมกันกับผู้ที่เดินทางก่อนหน้าเรานับหลายชั่วอายุคน เช่นเดียวกับมารีย์ พวกเรา
คือส่วนหนึ่งแห่งประชากรของพระเจ้า  ประวัติศาสตร์สอนเราว่า แม้เมื่อพระศาสนจักรต้องแล่นเรือออกสู่ทะเลที่มีพายุ
พระหัตถ์ของพระเจ้า จะนำพาและช่วยพระศาสนจักรให้เอาชนะในยามที่เกิดความยุ่งยาก  ประสบการณ์แท้จริงของ
พระศาสนจักรไม่เหมือนกับม็อบประชาชนที่พร้อมใจมาร่วมชุมนุมกัน พอเสร็จเรื่องราวแล้วต่างคนต่างก็กลับบ้านไป
พระศาสนจักรเป็นทายาทแห่งขนบธรรมเนียมประเพณียาวนานที่ส่งต่อจากชนรุนหนึ่งสู่ชนอีกรุ่นหนึ่งพร้อมกับได้รับ
ความมั่งคั่งจากประสบการณ์ของแต่ละปัจเจกบุคคล ประวัติศาสตร์ส่วนตัวของพวกเธอมีจุดยืนในประวัติศาสตร์
ยิ่งใหญ่ของพระศาสนจักร

การตระหนักถึงเรื่องราวในอดีตจะช่วยพวกเราเปิดประตูสู่สิ่งซึ่งเราไม่คาดหวังที่พระเจ้าทรงกระทำในตัวเราและอาศัย
เรา นอกนั้นยังช่วยเราให้เปิดใจกว้างในฐานะที่เป็นเครื่องมือซึ่งพระเจ้าจะทรงทำให้บังเกิดขึ้นเกี่ยวกับแผนการไถ่กู้
ของพระองค์ ในฐานะที่เป็นเยาวชนพวกเธอก็สามารถกระทำสิ่งยิ่งใหญ่ได้เช่นเดียวกันและมีความรับผิดชอบให้มาก
ยิ่งขั้น เพียงแต่พวกเธอต้องยอมรับพระเมตตาและพระพลานุภาพของพระองค์ที่ทรงกระทำการในชีวิตของเธอ

พ่ออยากถามเธอสักสองสามคำถาม  เธอ “เก็บ” ความทรงจำของเหตุการณ์และประสบการณ์แห่งชีวิตของเธออย่างไร?
เธอบางคนโดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่เคยเจอกับความเจ็บช้ำในสถานการณ์บางอย่างในชีวิตอาจอยากที่จะ “จัดการ”
กับเรื่องราวในอดีต เพื่อรักษาสิทธิของตนเพื่อที่จะลืมเหตุการณ์ในอดีต  แต่พ่อใคร่ที่จะเตือนพวกเธอว่า ไม่มีนักบุญ
องค์ใดที่ไม่มีอดีต หรือไม่มีคนบาปคนใดที่ไม่มีอนาคต ไข่มุกเกิดจากแผลในหอยเชลล์!  อาศัยความรักพระเยซู
สามารถเยียวยาดวงใจและเปลี่ยนชีวิตของเราให้เป็นไข่มุกที่สวยงามได้ เฉกเช่นที่นักบุญเปาโลกล่าวไว้ว่า พระเจ้า
ทรงสามารถแสดงพระพลานุภาพของพระองค์โดยอาศัยความอ่อนแอของเรา (เทียบ 2 คร. 12: 9)

กระนั้นความทรงจำของเราไม่ควรจะไปกระจุกรวมอยู่ในที่เดียวกัน เช่นเหตุการณ์ของการขับรถที่แสนลำบากหรือ
เหตุการณ์ที่เราไม่สามารถทำทุกอย่างจนสำเร็จท่ามกลาง “หมอกเมฆ” บางระยะเวลา พวกเราต้องเรียนรู้ที่จะทำให้
เหตุการณ์ในอดีต เป็นความจริงอันทรงพลังสำหรับการไตร่ตรองแล้วหาบทเรียนและความหมายสำหรับเวลาปัจจุบัน
หรืออนาคต  นี่ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ก็เป็นสิ่งจำเป็นเพื่อที่จะค้นพบกับสายใยแห่งความรักของพระเจ้าที่หลั่งไหลสู่พวกเรา
ทั้งชีวิต

นอกนั้นยังมีหลายคนพูดว่าคนหนุ่มสาวมักจะขาดสมาธิและทำอะไรแบบผิวเผิน นี่ไม่เป็นความจริง เราควรตระหนักถึง
ความจำเป็นที่เราต้องหมั่นทบทวนชีวิตของเราและนำชีวิตเราไปสู่อนาคต การมีอดีตไม่เหมือนกับการมีประวัติศาสตร์
ในชีวิตเราสามารถมีความทรงจำมากมาย แต่มีกี่ความทรงจำที่เป็นส่วนหนึ่งอย่างแท้จริงแห่งความทรงจำของเรา?  มีกี่
ความทรงจำที่มีความสำคัญสำหรับหัวใจของเราและมีความหมายต่อชีวิตของเรา? ผ่านทางสื่อสังคมเราเห็นใบหน้า
เยาวชนในภาพต่างๆที่บอกเล่าเกี่ยวกับเหคุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงหรือสร้างมันขึ้นมา ซึ่งเราไม่ทราบว่าภาพเหล่านั้นเป็น
ภาพ “ประวัติศาสตร์” จริงมากน้อยแค่ไหน หรือว่าเป็นเหตุการณ์ที่สามารถนำมาออกสื่อสังคมโดยทำให้มีเป้าหมาย
และมีความหมายได้ โทรทัศน์นั้นเต็มไปด้วยการจัดฉากเหมือนจริง ซึ่งไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นจริง แต่เป็นการแสดงของ
นักแสดงที่เจริญชีวิตไปวันๆ โดยที่ไม่มีแผนการใดๆ  พวกเธอจงอย่าถูกชักให้หลงทางด้วยภาพลวงตาเหล่านี้ แต่จง
เป็นตนเองในประวัติศาสตร์ของเธอ จงตัดสินใจเกี่ยวกับชีวิตของเธอด้วยตัวตนเอง

เราจะเชื่อมโยงกับประวัติศาสตร์โดยการเลียนแบบฉบับของมารีย์ได้อย่างไร?
ได้มีการกล่าวถึงมารีย์ว่าเป็นผู้ที่เก็บเรื่องเหล่านี้ทั้งหมดไว้ในพระทัยและยังคงคำนึงถึงอยู่ (เทียบ ลก. /: 19, 51)
หญิงสาวผู้ถ่อมตนแห่งนาซาเร็ธสอนเราด้วยแบบฉบับในการเก็บความทรงจำแห่งเหตุการณ์ในชีวิตของเรา แต่ให้ร้อย
เรียงมันเข้าด้วยกันพร้อมกับสร้างความเป็นหนึ่งเดียวของเหตุการณ์ต่างๆ หากนำมาเรียงอย่างดีแล้วมันจะกลายเป็น
ภาพโมเสก ในทางปฏิบัติเราจะเรียนรู้สิ่งนี้ได้อย่างไร?  ขอให้ข้าพเจ้านำเสนอสักสองสามอย่าง

เมื่อสิ้นสุดแต่ละวันเราอาจหยุดสักสองสามนาทีเพื่อจดจำเวลาดีๆ และการท้าทาย จำทั้งสิ่งที่เราทำได้ดีและไม่ดี
อาศัยวิธีนี้ทั้งต่อหน้าพระพักตร์พระเจ้าและต่อตัวเราเองเราสามารถแสดงความขอบคุณ การเสียใจ และความหวังของ
เรา  หากเธอชอบเธอสามารถเขียนมันลงไปในสมุดบันทึกเหมือนกับเป็นบันทึกประจำวัน นี่หมายถึงการภาวนาใน
ชีวิต พร้อมกับชีวิต และเกี่ยวกับชีวิต ซึ่งแน่นอนว่ามันจะช่วยให้เธอทราบถึงสิ่งยิ่งใหญ่ที่พระเจ้าทรงกระทำสำหรับ
เธอแต่ละคน เฉกเช่นที่นักบุญเอากุสตีโนกล่าวไว้ว่า เราสามารถพบพระเจ้าได้ในสนามกว้างใหญ่แห่งความทรงจำ
ของเรา (เทียบ Confessions, x,  8, 12)

เมื่อพวกเราอ่านบทเพลงมักญีฟีกัต (Magnificat) เราทราบดีว่ามารีย์ทราบอย่างดีถึงพระวาจาของพระเจ้า ทุกประโยค
แห่งบทเพลงของเธอล้วนคู่ขนานกับพระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาเดิม มารดาสาวของพระเยซูเจ้าหยั่งรู้จนขึ้นใจได้เกี่ยวกับ
บทภาวนาแห่งประชากรของเธอ   แน่นอนว่าพ่อแม่และปู่ย่าตายายได้สอนเธอไว้ ซึ่งมีความสำคัญจริงๆที่ความเชื่อจะ
ต้องถูกส่งมอบต่อจากชนรุ่นหนึ่งไปสู่ชนอีกรุ่นหนึ่ง  อันมีขุมทรัพย์ซ่อนเร้นอยู่ในบทภาวนาที่ชนรุ่นก่อนสอนไว้ในการ
ดำเนินชีวิตจิตของสามัญชนซึ่งเราพากันเรียกว่า ศรัทธาประชานิยม มารีย์รับมรดกความเชื่อของประชากรแล้วแต่งเป็น
บทเพลงของตนเอง และในขณะเดียวกันก็เป็นบทเพลงของพระศาสนจักรทั้งมวลด้วยซึ่งขับร้องพร้อมกับเธอ ถ้าพวก
เธอที่เป็นเยาวชนอยากร้องเพลงสรรเสริญของแม่พระหรือมักญีฟีกัส (Magnificat) แล้วให้เป็นบทเพลงของตนเองและ
มอบชีวิตของพวกเธอเป็นของขวัญสำหรับมนุษยชาติ นี่เป็นสิ่งจำเป็นที่พวกเธอต้องเชื่อมโยงกับขนบธรรมเนียม
ประเพณีแห่งประวัติศาสตร์รวมถึงบทภาวนาของผู้ที่มาก่อนหน้าพวกเรา เพื่อที่จะกระทำสิ่งนี้ได้เป็นสิ่งจำเป็นที่
พวกเธอจะต้องคุ้นเคยกับพระคัมภีร์และพระวาจาของพระเจ้า พวกเธอต้องอ่านทุกวัน และปล่อยให้พระวาจาเหล่านั้น
พูดกับชีวิตของพวกเธอต้องอ่านเหตุการณ์ทุกวันในแสงสว่างแห่งสิ่งที่พระเจ้าทรงตรัสกับพวกเธอในพระคัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์
ในการสวดภาวนาและการอ่านพระคัมภีร์อย่างศรัทธา (lectio divina) พระเยซูจะทรงทำให้หัวใจเธออบอุ่น และส่อง
สว่างให้กับรอยเท้าของเธอในช่วงเวลาแห่งความมืดแห่งชีวิต (เทียบ ลก. 24: 13-35)

ความซื่อสัตย์ที่สร้างสรรค์สำหรับการสร้างอนาคต
นี่เป็นความจริงว่าพวกเธอยังเป็นคนหนุ่มสาว เพราะฉะนั้นจึงเป็นสิ่งค่อนข้างยากที่เธอจะชื่นชอบความสำคัญของขนบ
ธรรมเนียมประเพณี แต่ขอให้รู้ไว้ด้วยว่านี่ไม่เหมือนกับการเป็นคนที่ยึดติดอยู่กับธรรมเนียมประเพณี  เปล่าเลย..
เมื่อมารีย์ในพระวรสารกล่าวว่า “พระผู้ทรงสรรพานุภาพทรงกระทำกิจการยิ่งใหญ่สำหรับข้าพเจ้า”  เธอต้องการที่จะ
พูดว่า “กิจการยิ่งใหญ่” เหล่านั้นยังทำไม่เสร็จ แต่ยังคงเกิดอยู่ในปัจจุบัน  ไม่เกี่ยวกับเวลาในอดีต การรำลึกถึงอดีต
ไม่ได้หมายความว่าเป็นการฝันร้ายหรือยึดติดอยู่กับบางช่วงเวลาแห่งประวัติศาสตร์ ตรงกันข้าม นี่เป็นความสามารถ
รับรู้ว่าพวกเรามาจากไหน เพื่อที่เราจะได้สามารถมองย้อนหลังไปดูเรื่องที่มีความสำคัญเพื่อที่จะทุ่มเทความซื่อสัตย์
ที่สร้างสรรค์ในการสร้างอนาคต ประเด็นนี้คงจะเป็นปัญหาและไร้ประโยชน์ในที่สุดที่จะสร้างความทรงจำพิการซึ่ง
ทำให้เราทำสิ่งเหมือนเดิมในวิธีการแบบเดิมๆ  นี่เป็นของขวัญของพระเจ้าที่จะเห็นว่ามีพวกเธอกี่คนซึ่งตั้งคำถาม
มีความฝัน และเผชิญความไม่แน่นอน ขอให้ปฏิเสธที่จะฟังผู้ที่กล่าวว่าสิ่งต่างๆ ไม่สามารถเปลี่ยนได้

สังคมมักให้คุณค่าเพียงแนวโน้มปัจจุบัน และไม่ยอมรับสิ่งใดที่ติดมาจากอดีต เช่นสถาบันการแต่งงาน ชีวิตผู้ถวายตัว
และพันธกิจของสงฆ์ สิ่งเหล่านี้ลงเอยด้วยการถูกมองว่าไร้ความหมายและเป็นรูปแบบที่ล้าสมัย  ผู้คนพากันคิดว่าเป็น
การดีกว่าที่จะดำเนินชีวิตในเหตุการณ์ที่ “เปิด” ใช้ชีวิตไปแบบการจัดฉากดูเหมือนว่าจริง โดยไม่ต้องมีเข็มทิศหรือ
เป้าหมายใดๆ  พ่อขอเตือนจงอย่ายอมถูกหลอกเป็นอันขาด! พระเจ้าเสด็จมาเพื่อขยายขอบฟ้าแห่งชีวิตของเราใน
ทุกมิติ  พระองค์ทรงช่วยเราให้มอบคุณค่าที่คู่ควรแก่อดีตเพื่อที่เราจะได้สามารถสร้างอนาคตแห่งความสุขได้ดียิ่งขึ้น
แต่ว่านี่จะเป็นไปได้ ก็ต่อเมื่อเรามีประสบการถ่องแท้แห่งความรัก ซึ่งจะช่วยเราอย่างเป็นรูปธรรมในการแยกแยะการ
เรียกของพระเจ้าและตอบสนองต่อพระกระแสเรียกของพระองค์ เพราะมีแต่สิ่งนี้เท่านั้นที่จะนำซึ่งความสุขแท้จริงแก่
เราได้

ลูก ๆ เยาวชนที่รัก พ่อขอมอบการเดินทางของเราไปยังกรุงปานามาและกระบวนการเตรียมประชุมสมัชชาซีน็อดของ
บรรดาพระสังฆราชครั้งต่อไปไว้กับการวิงวอนเยี่ยงมารดาของพระแม่มารีย์พรหมจารี พ่อขอให้พวกเธอจำวันฉลอง
ครบรอบของสองโอกาสที่มีความสำคัญยิ่งในปี ค.ศ. 2017 หนึ่งในนั้นคือครบ 300 ปีแห่งการพบรูปแม่พระแห่งอาปา
ราชิดาในประเทศบราซิล และอีกหนึ่งนั้นเป็นการฉลองครบร้อยปีแห่งการประจักษ์ของแม่พระ ณ ฟาติมาในประเทศ
โปรตุเกส ซึ่งหากพระเจ้าทรงพอพระทัย พ่อตั้งใจที่จะจาริกแสวงบุญไปในเดือนพฤษภาคม ศกนี้  นักบุญมาร์ตินแห่ง
ปอร์เรส ซึ่งเป็นองค์อุปถัมภ์องค์หนึ่งของประเทศลาตินนอเมริกาและของวันเยาวชนโลก ปี ค.ศ. 2019 ในการทำหน้า
ที่ต่ำต้อยประจำวันของท่านมักถวายดอกไม้ที่สวยงามที่สุดแด่แม่พระเป็นดุจเครื่องหมายแห่งความรักเยี่ยงบุตรของท่าน
เช่นเดียวกันขอให้พวกเธอปลูกฝังความสัมพันธ์แห่งความคุ้นเคยและมิตรภาพกับแม่พระ มอบความชื่นชมยินดีของ
พวกเธอแก่พระแม่ มอบปัญหาและความกังวลของพวกเธอไว้กับพระแม่ พ่อขอให้สัญญาว่าเธอจะไม่มีวันผิดเหวังเลย

ขอให้หญิงสาวแห่งนาซาเร็ธซึ่งมีพระนามและพระพักตร์นับพันทั่วโลกเพื่อที่จะได้อยู่ใกล้ชิดกับบรรดาบุตรธิดาของ
พระแม่โปรดวิงวอนเพื่อพวกเราทุกคนและช่วยพวกเราให้ขับร้องผลงานอันยิ่งใหญ่ที่พระเจ้าทรงกระทำสำเร็จไปใน
ตัวเราและอาศัยเราด้วยเทอญ

ฟรังซิส
จากนครรัฐวาติกัน วันที่ 27 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2017
วันระลึกถึงนักบุญคาเบรียลแห่งแม่พระมหาทุกข์