เมื่อวันที่ 18 – 21 เมษายนที่ผ่านมา มีการอบรมเตรียมผู้แทนเยาวชนไทยสู่การเข้าร่วมงานเยาวชนโลก ณ ศูนย์สังฆมณฑลจันทบุรี อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี
การเตรียมตัวครั้งนี้ ต้องการให้ผู้แทนเยาวชนไทยกว่า 50 คน เข้าใจถึงจุดประสงค์และหัวใจของงานเยาวชนโลกคือ “การเรียนคำสอนและร่วมกิจศรัทธา”
ทั้งมิสซา การเดินทางกางเขน การตื่นเฝ้าศีลมหาสนิท การรำพึงภาวนา และสวดสายประคำ ทุกกิจกรรมมีจุดมุ่งหมายเพื่อให้เยาวชนได้สนิทสัมพันธ์กับ
พระเจ้ามากยิ่งขึ้น

กระบวนการการอบรมนอกเหนือจากเนื้อหาสำคัญ ๆ เกี่ยวกับความเป็นมาของงานเยาวชนโลกที่ก่อตั้งโดยนักบุญสมเด็จพระสันตะปาปา ยอห์น ปอลที่ 2
ซึ่งพระองค์ได้ทรงมอบไม้กางเขนและภาพพระแม่มารีย์ให้จาริกเคียงคู่ไปกับเยาวชน ความหมายของตราสัญลักษณ์ที่ให้เห็นถึงความสว่างของพระคริสตเจ้า
ในตัวเยาวชนที่พร้อมจะส่องแสงไปทั่วโลก บทเพลงประจำงานที่ได้แปลเป็นภาษาไทย รวมถึงภาษาโปแลนด์ที่ควรรู้ เพื่อใช้ในการติดต่อสื่อสารระหว่าง
ที่เราพักกับครอบครัวอุปถัมภ์ในโปแลนด์ด้วย และที่สำคัญได้เรียนรู้ว่าในการเดินทางไปโปแลนด์ครั้งนี้ เราจะไปร่วมกิจกรรมอะไรกันบ้าง ทั้งเรื่องการไป
แสวงบุญ  เพื่อค้นพบพระเมตตารักของพระเจ้าในถิ่นกำเนิดของนักบุญยอห์น ปอลที่ 2 และนักบุญโฟสตินา โควัลสกา ท่านกำลังรอคอยเราอยู่ด้วยแขน
ทั้งสองและดวงใจที่เปิดกว้าง การเข้าร่วมกิจกรรมกับเพื่อน ๆ เยาวชนใน Mission Week ที่อัครสังฆมณฑล Kotowice และสัปดาห์สุดท้าย วันที่ 26 – 31
กรกฎาคม การเข้าร่วมงานเยาวชนโลก ที่จะจัดขึ้นที่คราคูฟ ประเทศโปแลนด์ ที่เยาวชนจะได้เรียนคำสอน และร่วมกิจศรัทธาต่าง ๆ รวมถึงการตื่นเฝ้าศีล
มหาสนิทพร้อมกับพระสันตะปาปาฟรานซิสด้วย

นอกจากการเตรียมตัวฝ่ายกายแล้ว เรายังมีกิจกรรมเพื่อเตรียมตัวฝ่ายจิตใจ การเรียนรู้ถึงสาสน์พระสันตะปาปาฟรานซิส ที่ทรงเรียกร้องให้เยาวชนทำ
กิจเมตตาตลอดปีศักดิ์สิทธิ์แห่งเมตตาธรรมอย่างเป็นรูปธรรม และไอคอนเมตตาธรรม ที่เป็นสัญลักษณ์แห่งการคืนดี ที่ถูกนำมาใช้ในการรำพึง ไตร่ตรอง
ใคร่ครวญถึงพระเมตตาของพระเจ้า และที่พิเศษสุด ๆ ในการอบรมเตรียมครั้งนี้ ได้มีการจำลองแบบงานเยาวชนโลกในคืนตื่นเฝ้า โดยมีน้อง ๆ เยาวชน
จากสังฆมณฑลจันทบุรีเข้าร่วมด้วยกว่า 60 คน กิจกรรมเริ่มในตอนเช้าวันที่ 20 เมษายน มีการเดินทางจาริกจาก Siam country club พัทยา เดินทาง
จาริกกว่า 2 กิโลเมตรไปยังวัดอัสสัมชัญ พัทยา จากนั้นในช่วงบ่ายได้ไปนำกิจกรรม สร้างความสุขให้กับเด็กกำพร้า ณ ศูนย์มหาไถ่ พัทยา จากนั้น
เดินทางกลับมายังวัดอัสสัมชัญ พัทยา เพื่อจัดเตรียมสถานที่พัก กางเต็นท์นอนในแบบเยาวชน

พิธีตื่นเฝ้า เริ่มด้วยการต้อนรับพระสังฆราชสิริพงษ์ จรัสศรี บิดาผู้ใจดี และการแบ่งปันประสบการณ์ชีวิตของ “พี่ปลา” ในช่วงชีวิตแห่งการอุทิศตน
ร่วมกับเพื่อน ๆ เยาวชนต่างชาติ ออกเดินทางไปกับเรือตลอด 15 เดือน เพื่อช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ที่ยากไร้ และเมื่อได้เห็นความทุกข์ร้อนของเพื่อน
มนุษย์แล้ว จึงเกิดคำถามเปรียบเทียบระหว่างความไม่ยุติธรรมในสังคมและความเมตตากรุณา คนที่สองเป็นการแบ่งปันประสบการณ์จาก “พี่พลับ” ที่
พูดถึงตัวของเขาเอง ที่ใช้ชีวิตอย่างเต็มที่ในฝ่ายโลก เรียนให้มากที่สุด ใช้ชีวิตสนุกสนาน กินดื่มชื่นชมยินดี และมีห้วงหนึ่งของความคิดที่ท้าทายตนเอง
ในด้านความเชื่อและคำสอนในพระเจ้า คำถามที่เกิดขึ้นในใจของพี่ทั้งสอง ได้รับการตอบจากพระสังฆราชและบรรดาพระสงฆ์ที่ทำงานกับเด็กและเยาวชน
คำตอบเหล่านี้มิได้เป็นเพียงคำตอบของพี่ปลาและพี่พลับเท่านั้น ยังเป็นคำตอบชีวิตให้กับบรรดาเยาวชนอีกกว่า 100 คนที่นั่งฟังอยู่ด้วย ทำให้เกิด
แรงบันดาลใจ เกิดพลังชีวิต และเกิดคำถามที่ท้าทาย HOW TO… เป็นคำถามที่เยาวชนทุกคนต้องตอบชีวิตคริสตชนของตนเองต่อไป

และจบด้วยการเฝ้าศีลมหาสนิท “จงอย่ากลัวที่จะเพ่งมองดวงตาอันเปี่ยมด้วยรักนิรันดร์ของพระองค์  เปิดใจรับพระเมตตาของพระองค์ที่พร้อมให้อภัย
ความผิดบาปทั้งมวลของเธอเสมอ เพราะการมองของพระองค์สามารถเปลี่ยนชีวิตและรักษาบาดแผลจิตวิญญาณของเธอได้  พระเนตรของพระองค์
สามารถดับความกระหายที่อยู่ ณ ส่วนลึกแห่งดวงใจเธอซึ่งกระหายความรัก สันติ ความชื่นชมยินดีและความสุขแท้จริง จงไปหาพระองค์และจงอย่าได้กลัว
จงไปเฝ้า พระองค์และพูดกับพระองค์จากส่วนลึกของหัวใจว่า “ข้าแต่พระเยซูเจ้า ลูกวางใจในพระองค์”  ขอให้เธอได้รับการสัมผัสจากพระเมตตาอันหา
ขอบเขตมิได้ของพระองค์ เพื่อที่เธอจะได้กลายเป็นอัครสาวกแห่งพระเมตตาด้วยการปฏิบัติ ด้วยคำพูด และด้วยการสวดภาวนาในโลกที่มีบาดแผล
เพราะการเห็นแก่ตัว ความเกลียดชังและความสิ้นหวังต่างๆ นานา...


แบ่งปันโดย นู๋นุ้ย....