PRE-EVENT III  แรงบันดาลใจ

หากขาดเธอ วัดจะเหลือใคร! (ภาษาอินโด – บาฮาซา)
 




แบ่งปันไอเดียของเธอ  Pre-Event III

    ติ๊นา กับ ตี๋นุต เป็นเพื่อนสนิทกันมาตั้งแต่อนุบาล ทั้งสองได้ร่วมกิจกรรมของวัดตั้งแต่ที่พวกเขาเริ่มเข้าสู่วัยเด็ก ได้เรียนคำสอนหลังมิสซาวันอาทิตย์และ
    ร่วมกิจกรรมพัฒนาเด็กและเยาวชนด้วยกัน พอเข้าสู่วัยรุ่นติ๊นามักเสาะหาและเข้าร่วมกิจกรรมของวัดมากกว่าตี๋นุต ส่วนตี๋นุตชอบกระแนะกระแหนติ๊นาว่า
    เป็นเด็กติดวัด ขณะที่ตี๋นุตก็หมกมุ่นสาละวนกับการเข้าร่วมกิจกรรมด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม ดังนั้น ติ๊นาจึงมักเรียกเขาว่า “นักกิจกรรมขี้โอ่” ถึงกระนั้น
    พวกเขาก็ต้องมาจัดกิจกรรมที่สุดยอดที่โบสถ์ด้วยกันในที่สุด

    งานนี้ชี้ให้เห็นถึงความเหินห่างของพวกเขาเพราะต่างคนต่างเคร่งเครียดกับกิจกรรมของตนเอง
    ติ๊นาถามตี๋นุต           “รู้สึกว่าฉันเห็นเธอเดินผ่านบ้านฉันเมื่อวันนี้ ใช่ปะ?”
    ตี๋นุต                     “เห็นเหรอ?”
    ติ๊นา                      “แหง่สิ เห็นเธอลุกลี้ลุกลนเชียว”
    ตี๋นุต                     “อ๋อ เออ นึกออกแล้ว ที่รีบน่ะ เพราะได้ยินว่าเพื่อนบ้านเธอกำลังไม่สบายและต้องการความช่วยเหลือ”
                               “นี่ ติ๊นา ชั้นขอถามเธอสักเรื่องสิ ตอนที่ชั้นไปช่วยเพื่อนบ้านเธอเขาบอกชั้นว่า เขาอยากจะล้างบาปอะ
                               คนที่ไปเยี่ยมผู้ป่วยอย่างพวกชั้นต้องทำยังไงบ้างเมื่อถูกร้องขอเข้าเป็นสมาชิกของพระศาสนจักร?”
    ติ๊นา                      OMG! คุณพระ! (โอ้แม่เจ้า) ... นี่เป็นเรื่องที่สำคัญทีเดียวเทียว และก็เป็นเรื่องง่ายมาก โค-ตะ-ระ ง่ายเลย
                               เธอก็แค่ไปติดต่อเลขาฯ วัด หรือไม่ก็คุณพ่อเจ้าวัด ง่ายจะตาย
                               นี่อย่าบอกนะ ว่าเธอไม่รู้!!! รึว่าเธอไม่ใช่คาทอลิก ฮึ?” ติ๊นาถากถางเขา
    ตี๋นุต                     พูดบ้า บ้า? แม้ชั้นจะไม่ค่อยเข้าร่วมกิจกรรมของวัด แต่ชั้นก็เป็น คาทอลิก 100 เปอร์เซ็นต์ ชั้นนำพระวาจามาปฏิบัติในชีวิต
                               ไปเยี่ยมเพื่อนบ้าน ให้ความช่วยเหลือคนที่เดือดร้อนต้องการความช่วย เหลือมากที่สุดเท่าที่จะมากได้! ไม่เหมือนเธอหรอก
                               อยู่แต่ที่วัด จดจำแต่เรื่องพิธีกรรม แต่ไม่เคยรู้เลยว่ามีเพื่อนบ้านกำลังเจ็บป่วย กำลังต้องการความช่วยเหลืออยู่”
                               ตี๋นุตสวนกลับอย่างรวดเร็ว

    เราคงเห็นถึงข้ออ่อนของทั้งคู่ จากเรื่องที่พวกเขาเยาะเย้ยถากถางกัน ติ๊นากับตี๋นุตฝึกฝนความเป็นคริสตชนตามแนวที่ตนเชื่อมั่น ติ๊นาจดจำถ้อยคำใน
    พระคัมภีร์ได้ดีและเป็นผู้ชำนาญการทั้งเรื่องการภาวนาและระเบียบต่างๆ ภายในวัด ตี๋นุตก็เช่นเดียวกัน เข้าใจและรู้ลึกเกี่ยวกับงานบริการสังคม แต่มัน
    คงจะดีขึ้นหากเขาเข้าใจคำสอนของพระศาสนจักรและเข้าร่วมในกิจกรรมต่างๆ ของวัดด้วย  ในที่สุด ทั้งคู่สัญญากันว่าจะพยายามเข้าใจและเติมเต็ม
    ซึ่งกันและกัน และพยายามเรียนรู้และเข้าใจงานของกันและกัน

พระศาสนจักรอยู่ท่ามกลางสังคม

    การเป็นผู้ช่วยพิธีกรรม เป็นเด็กช่วยมิสซา รวมทั้งงานรับใช้อื่นๆ ทั้งภายในหรือกิจกรรมช่วยเหลือคนยากจน คนที่ต้องการความช่วยเหลือภายนอกวัด
    มักจะถูกตั้งคำถามและมีข้อถกเถียงกันว่า อะไรสำคัญกว่ากัน ต่างก็นำเสนอและทับถมกันว่างานของตนสำคัญกว่า เพราะเป็นงานรับใช้วัด-รับใช้พระเจ้า
    งั้น ความคิดของใครถูกต้องล่ะ? ใครจะถูกต้องกว่ากันนั้น ดูได้จากตัวอย่างการทับถมกันระหว่างติ๊นากับตี๋นุต ถึงกระนั้นพวกเขาต่างตระหนักถึงข้อด้อย
    ของตนเอง และเราทุกคนเห็นด้วยใช่ไหมว่าทั้งสองแนวนี้สำคัญทั้งคู่

    ขณะนี้ วัดกำลังเผชิญกับเรื่องท้าทายและไม่ง่ายที่จะตอบ เรื่องท้าทายเรื่องแรก เรื่องท้าทายภายใน ดูจากสถานการณ์พระศาสนจักรในยุโรป พวกเขา
    กำลังหาวิธีที่จะเชิญชวนสัตบุรุษให้กลับมาเข้าวัด? จะทำยังไงให้มีคนมานั่งให้เต็มวัด ไม่ใช่แค่ผู้อาวุโส?

    แล้วอะไรคือสิ่งที่จะทำให้พระศาสนจักรในเอเชียเติบโตขึ้น เพราะความจริงแล้วจำนวนคริสตชนในเอเชียเพิ่มขึ้นทุกปี พระสันตะปาปาเคยตรัสไว้ว่าอนาคต
    ของพระศาสนจักรอยู่ในเอเชีย?

    หรือจะลองพิจารณาถึงปรากฏการณ์ที่คริสตชนเข้าวัดเฉพาะวันปัสกาและวัน คริสตมาส เป็นเพราะอะไรที่ทำให้สัตบุรุษหรือแม้แต่ตัวเราไม่ไปวัดวันอาทิตย์?

    เรื่องท้าทายเรื่องที่สอง เรื่องท้าทายภายนอก ดูเหมือนว่าวัดจะไม่สามารถตอบคำถามและอธิบายวิกฤตที่เกิดจากความเร่งด่วนและทันสมัยของเทคโนโลยี
    ข้อมูลข่าวสารซึ่งวัดก้าวไม่ทันการพัฒนาทางเทคโนโลยี (อาทิ พระเจ้าคือใครในโลกที่ไร้ขีดจำกัด หรือพระเจ้าคือใครในโลกที่สลับซับซ้อนนี้?) หรือ วัด
    ตอบรับโจทย์ของความแตกแยกที่อยู่อย่างมากมายในสังคมปัจจุบันยังไง?

    ที่วัดถูกตั้งคำถามเหล่านี้ (ซึ่งยังมีคำถามอื่นๆ อีกเยอะ) เพราะวัดอยู่ท่ามกลางสังคมโลกและคงต้องตอบคำถามนี้อย่างไม่หยุดหย่อน ไม่ว่าวัดจะยังคงอยู่
    หรือไม่อยู่ในโลกสังคมแล้วก็ตาม แน่นอนในทุกยุคทุกสมัยก็มีคำตอบร่วมสมัยอยู่ ทุกยุคที่ผ่านมาพวกเขาพยายามตอบคำถามเหล่านั้น เฉกเช่นนักบุญ
    เซซีลีอา
     

    นักบุญองค์อุปถัมภ์: นักบุญเซซีลีอา
    ขอให้เรามาศึกษาชีวประวัติของท่านนักบุญเซซีลีอากัน (ฉลองทุกวันที่ 22 พฤศจิกายน) ท่านได้
    ยืนยันความเชื่อท่ามกลางการตัดสินของรัฐบาลที่โหดเหี้ยมโดยสร้างวัดน้อยแห่งความชื่นชมยินดี
    และท่านเผื่อแผ่แบ่งปันความชื่นชมยินดีให้ผู้อื่นจากวัดนี้ ท่านและสามีได้ออกไปช่วยทำศพเหยื่อ
    ผู้เคราะห์ร้ายจากการกระทำอันโหดเหี้ยมของรัฐบาล เพราะเหตุนี้ท่านทั้งสองจึงถูกกล่าวหา จับกุม
    และรับโทษประหาร

    ชีวประวัติของนักบุญเซซีลีอาช่วยให้เราได้ไตร่ตรองว่า เราเหินห่างจากความรักของพระผู้เป็นเจ้า
    เพราะความผิดบกพร่องของเราเองมากแค่ไหน? คำถามนี้เป็นเพียงคำถามช่วยจำ หรือเป็นคำถาม
    ที่ช่วยเราให้แก้ไขด้วยความชื่นชมยินดี? ขอให้เรามองความจริงรอบตัวเรา ในประเทศของเรา
    เราเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มทางศาสนาที่พูดคุยเกี่ยวกับกิจการอัครสาวกและช่วยปกป้องพระเจ้าไหม?
    หรือ เราเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้งานของพระเจ้าต้องเจ็บปวด? หรือเราหนึ่งในกลุ่มที่ทุกข์ทรมาน
    เกิดความยากลำบากเพราะรักองค์พระเจ้าคล้ายกับท่านนักบุญเซซีลีอาไหม? เรากล้าพอไหมที่
    จะประกาศความรักของพระเจ้าด้วยความชื่นชมยินดี? เธอได้เริ่มเติมความสุข ความชื่นชมยินดี
    ในครอบครัวเล็กๆ ของเธอ จนกระทั่งได้สร้างสรรค์ความสุขความชื่นชมยินดีในสังคมของเธอ
    หรือยัง?
     


    ขอเพิ่มข้อมูลอีกนิดหนึ่งนะ นักบุญเซซีลีอาเป็นนักบุญองค์อุปถัมภ์ของนักดนตรี
    ในวงนักขับร้องประสานเสียง พวกเขาต่างก็ร้องเสียงของตนเองแต่ก็มาผสานออกมา
    เป็นเสียงเดียวกัน นี่ไม่ใช่แค่มีเสียงร้องหลายเสียงเท่านั้น เพราะมีคำถามเกิดขึ้นว่า
    เราจะยังคงให้มีข้อโต้เถียงกันในกลุ่มเดียวกันไหม หรือเรากล้าพอไหมที่จะสร้างมิตรภาพ
    ระหว่างกันแม้จะมาจากพื้นเพที่ต่างกัน?


    นักบุญเซซีลีอา ได้ให้ตัวอย่างการดำเนินชีวิตชีวิตกับความเชื่อความศรัทธาควบคู่กัน
    ขอให้เราเรียนรู้การบอกเล่าเรื่องความชื่นชมยินดีและสันติสุขอย่างกล้าหาญของท่านกันเถอะ
    และหากเพื่อนๆ มีประสบการณ์การดำเนินชีวิตกับความเชื่อความศรัทธาควบคู่กันเช่นนี้
    โปรดส่งประสบการณ์นั้น พร้อมรูปถ่าย หรือวีดีโอไปยัง hello@asianyouthday.org

     



แผนกิจกรรม

    ข้อมูลสำหรับเพื่อนๆ คริสตศาสนาเริ่มในยุโรปและอเมริกา แต่เธอรู้ไหมว่าปัจจุบันวัดคริสต์หลายแห่งได้หายแล้ว? มีวัดหลายแห่งถูกขายกลายเป็นร้านกาแฟ
    บาร์ สถานที่ท่องเที่ยว อ้าว..แล้วคริสตชนไปอยู่ที่ไหนกันหมด? การเป็นคริสตชนที่วัดไม่ใช่ชีวิตของพวกเขาอีกต่อไปเหรอ?

    เกิดอะไรขึ้นกับวัดในเอเชียของเราบ้างล่ะ? กำลังตกอยู่ในชะตากรรมเดียวกันกับวัดในยุโรปและอเมริการึเปล่า? ใจเย็นๆ นะเพื่อนๆ วัดในเอเชียของเรายัง
    คงมีชีวิตชีวาอยู่ ดูสิ มีสัตบุรุษจำนวนมากมาร่วมมิสซาวันอาทิตย์ ไม่ใช่มากันแค่วันคริสตมาสและปัสกา ว้าว! ไม่ต้องถามเรื่องนี้เลย วัดหลายแห่งมีสัตบุรุษ
    เข้าวัดเพียบ บางแห่งถึงขนาดเสริมที่นั่ง ตั้งเต้นท์รอบนอกเพื่อรองรับสัตบุรุษ แล้วมีความเป็นไปได้ไหมที่อนาคตของวัดของเราจะตกอยู่ในสภาพเดียวกับ
    วัดในยุโรป มีโอกาสเป็นไปได้นะเพื่อนๆ แน่นอน ทุกอย่างย่อมเกิดขึ้นได้ ว่ามั้ย อืมมมม

    ง่ายๆ เลยนะ คนที่มาวัดเฉพาะวันคริสตมาสกับวันปัสกาน่ะ อาทิตย์อื่นๆ เขาไปอยู่ที่ไหนกัน? บางที เยาวชนอาจจะเริ่มไปวัดแค่วันปัสกากับวันคริสตมาสแล้ว
    ก็ได้ ลองคิดดูสิคนกลุ่มนี้เพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ เธอว่ามั้ย?

    จงอย่าปล่อยให้วัดของเราหยุดนิ่งและตายไปเด็ดขาด โปรดจำไว้นะเพื่อนๆ พวกเราคืออนาคตของวัด ไม่มีพวกเรา แล้ววัดจะเหลือใคร! ขอให้เรามา
    ร่วมกันทำอะไรบางอย่างต่อไปนี้
    •    ชวนเพื่อนมาแสดงตัวว่าเป็นเยาวชนของวัด ช่วยกันทำให้คนอื่นรู้จักวัดของเรา
    •    คุยกันเกี่ยวกับวัดของเรา เช่น จะไม่มีคนมาวัดของเราอีกแล้วเหรอ? เธอรู้จักคุณพ่อเจ้าวัดมั้ย? เธอเบื่อการไปวัดมั้ย?
           จะทำยังไงดีให้วัดมีชีวิตชีวามากขึ้น? ขอคำแนะนำสักหน่อย
    •    จับเข่าคุยกัน
    •    จดบันทึก หรือเขียนข้อความให้กำลังใจ คำที่สร้างแรงบันดาลบนกระดาน เลือกเขียนสักสองภาษาในเอเชีย ถ้าไม่แน่ใจว่าเขียนยังไง
           ถูกมั้ย ก็ลองถามอากู๋ดู กันพลาด (แต่อากู๋ก็พลาดตลอด ความเห็นของผู้แปล)
    •      Selfi กันเลยกับคำเหล่านั้น
    •      อัพโหลด แบ่งปัน แรงบันดาลใจ ที่ facebook ก็ได้ IG หรือ twitter หรือ จะส่งไปยัง hello@asianyouthday.org ก็ได้นะ
    •      แล้วทั้งกำลังใจ แรงบันดาลใจที่เพื่อนๆ ส่งมา อาจจะถูกเลือกให้เป็นส่วนหนึ่งของต้นไม้แห่งกำลังใจ ที่เพื่อนๆ ทั่วเอเชียจะถูกเลือก
           แล้วนำไปแสดงไว้ในงานวันเยาวชน 2017 (Asian Youth Day 2017) แน่นอนที่สุด ต้องคนสนใจอยากอ่านเยอะเลย

    เยาวชนที่รัก เราสร้างสิ่งใหม่ๆ ได้ด้วยการลงมือทำสิ่งเล็กๆ
     

[CYDNews] [AYD is] [Press release] [Pre Event I] [Pre Event II] [Pre Event III] [Pre Event IV] [Pre Event V]