PRE-EVENT IV: ACT TO CARE / ดูแลซึ่งกัน

มนุษย์ไม่อาจอยู่ได้เพียงลำพัง
เธอใช้ชีวิตเพื่อช่วยให้ผู้อื่นพ้นความทุกข์ไหม?

มนุษย์สำเหนียกถึงความโหดร้ายไหม?
มนุษย์ยุ่งมากขนาดไหนจนไม่อาจแบ่งเวลาช่วยเหลือผู้อื่น?
จงบอกให้โลกรู้ว่า ในปัจจุบันยังมีกลุ่มเคลื่อนไหวเพื่อเป็นมนุษยธรรมยังอยู่
 


เชิญแบ่งปันความคิดของเธอ Pre-Event III

    คนไม่สามารถอยู่อย่างเดียวดาย วลีนี้คือการบ้านวิชาสังคมศึกษา ระดับชั้นประถมศึกษา ซึ่งมีรากมาจากแนวคิด “มนุษย์ไม่อาจอยู่ได้เพียงลำพัง”
    ทั้งนี้เพราะพระเป็นเจ้าทรงสร้างอาดัมและเอวาเพื่อเติมเต็มกันและกันให้สมบูรณ์ ปัจจุบันนี้ ไม่ได้หมายความถึงมนุษย์ผู้ชาย-อาดัม และมนุษย์ผู้หญิง-เอวา
    เท่านั้น – แต่หมายความถึงมนุษย์ทั้งมวลที่ต่างมีบทบาทที่จะช่วยเหลือซึ่งกันและกัน คำถามจึงมีอยู่ว่า แล้วในชีวิตของเธอให้ความช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์
    บ้างไหม?

    คำถามนี้ย้ำเตือนเราให้ระลึกถึงเหตุการณ์ที่พระเยซูเจ้าทรงสั่งมารดาของยากอบและยอห์น จากพระวรสารนักบุญมัทธิวว่า เราต้องรับใช้ด้วยความรักโดย
    ไม่หวังสิ่งตอบแทน พระเยซูเจ้าเองได้ตรัสว่า ในหมู่คนต่างชาติผู้ปกครองย่อมเป็นเจ้านายเหนือผู้อื่น และผู้ใหญ่ย่อมใช้อำนาจบังคับ แต่ความหวังใน
    พระเยซูเจ้าจะไม่กระทำเช่นนั้น แต่จะรับใช้ผู้อื่นให้มากที่สุด (อ้างอิง มธ 20: 25-28)

    พระวรสารหวังว่าเราจะกลายเป็นคนถ่อมตนที่ให้ความช่วยเหลือซึ่งกันและกัน เพราะในโลกใบนี้ไม่มีสิ่งใดสมบูรณ์ยกเว้นพระเจ้าผู้ทรงสรรพานุภาพ ชีวิต
    ของเรามีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมซึ่งกันและกัน เติมเต็มช่องว่างและเสริมสิ่งที่พร่องของกันและกัน

    ดังตัวอย่างเรื่องระหว่างติ๊นากับนีน่า – มิตรภาพของสองคนที่มีบุคลิกที่ต่างกัน ติ๊นาเป็นคนขี้หงุดหงิด ส่วนนีน่าเป็นหญิงละเอียด ทั้งคู่ถูกกล่าวหาว่าลอก
    ข้อสอบกันเพราะพวกเขานั่งบนม้านั่งเดียวกันในขณะที่กำลังทำข้อสอบวิชาชีวะ
             “ฉันเรียนอย่างหนัก แต่พวกเขากลับมากล่าวหาว่าฉันลอกข้อสอบ ที่แย่ยิ่งกว่านั้น คือ ครูใหญ่เรียกพบเราทั้งคู่พรุ่งนี้”
             “โอเค ติ๊นา เราก็แค่พิสูจน์ความบริสุทธิ์ของเราว่าเราไม่ได้ลอกข้อสอบชีวะ”“แต่ชั้นรับไม่ได้!”
             “เฮ่อ ชั้นก็ขี้เกียจไปเหมือนกัน ... เอางี้ เราไปหาไอติมกินดีกว่า แล้วค่อยๆ คิดหาทางกันอีกที พรุ่งนี้”

    บทสนทนาและท่าทีของติ๊นาและนีน่า เป็นบทสนทนาที่ไม่มีใครได้เปรียบหรือเสียเปรียบใคร นีน่าพยายามช่วยระงับอารมณ์ของติ๊นา
    ไม่ได้ตอกย้ำเรื่องที่ถูกกล่าวหาว่าโกงข้อสอบ แต่เธอพยายามช่วยติ๊นาให้ใจเย็นลงด้วยการชวนไปกินไอติม ซึ่งก็เป็นวิธีเผชิญปัญหาด้วยการเบี่ยงเบน
    ความสนใจ

    พวกเรามีเวลาดีๆ ในการใช้อินเตอร์เน็ต นอนในเตียงนุ่มๆ ทานอาหารคลีนบำรุงสุขภาพ มีเพื่อนฝูงมากมาย มีรายรับงามๆ แต่ขณะเดียวกันก็มีคนมากมาย
    มีชีวิตที่ไม่มั่นคงแน่นอน พวกเขาไม่มีอาหารคลีนที่บำรุงสุขภาพกิน พวกเขาไม่มีน้ำสะอาดดื่ม ยิ่งกว่านั้น พวกเขาไม่ได้ไปโรงเรียนเพราะไม่มีเครื่องแบบ
    นักเรียนสวมใส่

    เราจึงกลายเป็นคนที่โชคดีกว่าพวกเขา แล้วเราจะนิ่งเฉยเงียบๆ ได้หรือ? ไม่ได้แน่นอน เพราะพระวรสานนักบุญมัทธิว บทที่ 20 ข้อ 26-28 ได้ย้ำเตือนเราว่า
    เราต้องรับใช้ผู้คนที่อยู่รอบๆ ตัวเรา ตัวอย่างเรื่องราวของติ๊นากับนีน่าเป็นเพียงตัวอย่างเล็กๆ เท่านั้น ขณะที่ในโลกนี้ไม่ได้มีเพียงแค่เพื่อนที่อยู่รอบตัวเรา
    แต่ยังมีผู้คนจำนวนมากที่ต้องการมือของเธอหยิบยื่นความช่วยเหลือไปให้พวกเขา

    ยังคงมีตัวอย่างอื่นๆ อีก เช่น บทบาทของเยาวชนมุสลิมซึ่งโด่งดังมาก คือ บทบาทของ NU จากมอจชอการ์โต อินโดนีเซีย ซึ่งได้เพียรพยายามให้คืน
    คริสตมาสรอดพ้นจากการวางระเบิดแต่เขาก็ต้องเสียชีวิตทันทีจากเหตุการณ์นี้ ยิ่งไปกว่านั้นเรื่องของโรซา ดาฮาลีที่ได้อาสาไปสอนหนังสือเด็กในพื้นที่
    ห่างไกลและกันดารของปาปัว นอกจากนี้ก็ยังมีกลุ่มสตรีมาลาลา ยูซัฟซาอีได้ต่อสู้เพื่อเด็กๆ กว่า 57 ล้านคนให้ได้รับการศึกษานอกโรงเรียน พวกเธอ
    ได้พยายามเคาะประตูองค์การสหประชาชาติให้เจือจานสมุด หนังสือและอุปกรณ์การเรียนให้แก่เด็กๆ เหล่านั้น  และก็ยังมีเยาวชนฮ่องกงชื่อโจชัว หวาง
    ได้กางร่มเพื่อเคลื่อนไหวเรียกร้องประชาธิปไตยในประเทศของเขา

    จากตัวอย่างที่กล่าวมานี้ ทำให้เราแน่ใจได้ว่าเราสามารถรับใช้ผู้อื่นได้ เราสามารถเผื่อแผ่และเติมเต็มสิ่งที่พร่องหายไปให้ผู้อื่นได้โดยไม่หวังสิ่งตอบแทน
    เพราะชีวิตก็เป็นเช่นนี้แหละ ไม่มีอะไรสมบูรณ์
     

         นักบุญองค์อุปภัมภ์ : นักบุญยอห์น

    เรามาศึกษาประวัติของท่านนักบุญยอห์นอัครสาวกกันเถอะ (ฉลองทุกๆ วันที่ 27 ธันวาคม)
    ท่านเป็นศิษย์พระคริสต์คนหนึ่งที่เป็นประจักษ์พยานสำคัญหลายเหตุการณ์ เช่น เรื่องราวการ
    ฟื้นคืนชีพของลูกสาวของไยรัส (มก 5:37) เรื่องการแปลงพระวรกายที่เขาทาบอร์ (มก 9:2)
    และช่วงพระทรมานและการอธิษฐานในสวนเกทเสมนี (มก 14:33) ท่านยังเป็นผู้ปกครองดูแล
    อันเป็นที่รักแห่งเอเฟซัสอีกด้วย ในหนังสือวิวรณ์ ได้อธิบายว่าท่านถูกเนรเทศไปที่เกาะปัทมอส
    เนื่องจากคำสอนของท่าน เมื่อกลับจากเอเฟซัสท่านได้นิพนธ์พระวรสารอันเป็นผลจากการ
    ไตร่ตรองท่าน ในพระวรสารท่านได้เน้นให้เห็นถึงพระเทวภาพของพระคริสตเจ้า รวมทั้งงาน
    การประกาศพระวรสารของท่าน ในบั้นปลายชีวิตท่านได้ประกาศพระวรสารอย่างเรียบๆ ว่า
    “ลูกทั้งหลาย จงรักซึ่งกันและกันเถิด” คำสอนเรียบง่ายนี้มีรากมาจากกฎอันเป็นคำสั่งสอน
    ของพระเยซูเจ้า (มธ 22: 34-40)

    ชีวประวัติของนักบุณยอห์นอัครสวาวกและผู้นิพนธ์พระวรสาร ช่วยเราไตร่ตรองและเข้าใจถึง
    การให้ความรักและเอาใจใส่ผู้อื่นมากขึ้นไหม? ท่านนักบุญยอห์นได้รับใช้พระเยซูเจ้า พระนาง
    มารีย์ และพระศาสนจักรในยุคแรก แล้วเธอล่ะปรารถนาจะรับใช้ผู้อื่นยังไงบ้าง? เรามาร่วมกัน
    สร้างสัมพันธภาพที่ดีกับโลกรอบตัวเราและก็ฝากร่องรอยงามๆ ไว้เหมือนที่ท่านนักบุญยอห์น
    ได้ฝากการไตร่ตรองเกี่ยวพระเยซูเจ้าไว้ให้มนุษยชาติกันไหม?
      

     

    นักบุญยอห์นได้ให้ตัวอย่างความกล้าสร้างความรู้จักและรักซึ่งกันและกันในทุกกิจการให้แก่เรา
    ดังนั้น ขอให้เรารับใช้กันและกันตามพระวาจาของพระเยซูคริสตเจ้ากันเถิด
    หากเพื่อนๆ มีประสบการณ์เกี่ยวกับ ความเชื่อความศรัทธาก่อให้เกิดความชื่นชมยินดีได้ยังไง
    โปรดส่งประสบกาณณ์นี้มายังพวกเรา จะเป็นบทความพร้อมรูปภาพ
    หรือภาพพร้อมคำบรรยายใต้ภาพ หรือ วีดีโอ ไปยัง hello@asianyouthday.org

     

 

แผนปฏิบัติ

    สังคมทุกวันนี้ค่อนข้างยุ่งวุ่นวาย พ่อแม่ยุ่งกับการทำงานซึ่งมักบ่นเสมอว่าพวกเขาไม่ค่อยมีเวลาให้ลูกๆ และก็ดูเหมือนว่าเด็กๆ ก็ไม่ค่อยมีเวลาให้พ่อแม่
    เช่นกัน เพราะต้องทำกิจกรรมหลายอย่างของโรงเรียน นี่คือตัวอย่างของการไม่มีเวลาให้ครอบครัว  ดังนั้น จึงเป็นเรื่องยากที่เด็กๆ จะให้เวลากับเพื่อนบ้าน
    ที่อยู่รอบตัวเขา เหมือนที่พวกเขาไม่มีเวลาให้ที่บ้าน

    รูปแบบชีวิตครอบครัวแบบสุดยอดยุ่งเช่นนี้ กำลังส่งผลกระทบต่อทัศนคติในการเมินเฉยต่อสิ่งรอบตัวที่เกิดขึ้นในโลก ในความเป็นจริงมนุษย์ต้องเกื้อกูล
    และเติมเต็มซึ่งกัน มีสิ่งใดที่พวกเขาไม่อาจเติมเต็มให้กันได้แต่เราคาดว่าจะช่วยเติมเต็มส่วนนั้นได้ ลองมาดู ตัวอย่างชีวิตคนเมืองใช้รถไฟลอยฟ้าทำให้
    ชีวิตต้องแข่งขันและเร่งรีบ ต่างจากคนยากจนและคนจรจัดได้แต่มองการสัญจรแบบนี้อยู่ข้างทาง สภาพเช่นนี้แพร่กระจายอยู่ทั่วไปในประเทศกำลังพัฒนา
    และในเอเชีย

    มนุษย์สำนึกถึงความโหดร้ายเหล่านี้ไหม? มนุษย์ยุ่งมากขนาดไหนหรือจึงไม่สามารถให้ความช่วยเหลือผู้อื่นได้? กลุ่มเคลื่อนไหว/กิจกรรมหลากหลายเพื่อ
    มนุษยธรรมยังคงทำงานกันอยู่ในทุกวันนี้ เช่น กระทรวงศึกษาของอินโดนีเซีย ได้เผยแพร่เกี่ยวกับกลุ่มเมนกาจาอินโดนีเซีย อีกทั้ง บูเท็ต มานูรังได้เผยแพร่
    ให้รู้จักกับแอนนี่ส์ บาสวีดันและโซโกลา รีมบา อย่างไรก็ตาม บางครั้งพวกเขาไม่สามารถให้ที่พักแก่นักเคลื่อนไหวทางสังคมที่อยู่ในอินโดนีเซียได้ทั้งหมด
    พวกเราอยากรู้จักกิจกรรมทางสังคมในท้องถิ่นของเธอที่พวกเธอเข้าไปเกี่ยวข้องบ้างนะ

    โปรดส่งเรื่องของเธอด้วยภาษาของเธอเองไปที่เว็ปไซต์ของเรานะ แบ่งปันรูปกิจกรรมเพื่อเป็นแรงบันดาลใจให้เพื่อนๆ  บอกเล่าเรื่องราวความรักของ
    พระเยซูเจ้าที่มีต่อเพื่อนพี่น้องของเธอด้วยนะ

    “โปรดจดจำสิ่งนี้ว่า ฉันทำในสิ่งเดียวกับที่เธอทำได้ ส่วนเธอเองสามารถทำในสิ่งที่ฉันทำไม่ได้เช่นกัน เราจึงต้องทำมันด้วยกัน” (แม่เทเรซา)
     

แผนกิจกรรม

    •    เลือกกิจกรรมของกลุ่ม หรือของเธอเอง ที่แสดงถึงมิตรภาพและความรักความปรองดองกัน
    •    เลือกกลุ่มคนที่ต้องการความช่วยเหลือ เช่น การเยี่ยมผู้ป่วย การเยี่ยมผู้ต้องขัง การเยี่ยมผู้พิการ หรือการเยี่ยมคนชรา หรือกิจกรรมที่ทำร่วมกัน
    •    วางแผน การทำกิจกรรมอาสา กิจเมตตาที่ทำได้จริงๆ
    •    ให้เวลาออกไปเยี่ยม
    •    เปิดตา เปิดใจให้กว้าง เพื่อเคียงข้างและรับฟังพวกเขาขณะที่เขาแบ่งปัน
    •    เขียนข้อความให้กำลังใจ ที่ให้แรงบันดาลใจ
    •    อย่าลืมส่งช่วงเวลาดีที่ทำกิจกรรมร่วมกับพวกเขา
    •    เชิญชวนพวกเขาให้ร่วมใจกันอธิษฐานภาวนา
    •    ถ่ายรูป Selfi กันในกลุ่ม ท่าเท่ห์ และสร้างสรรค์
    •    อัพโหลดแบ่งปันใน IG TWITTER FACEBOOK หรือส่งไปยัง hello@asianyouthday.org หรือที่นี่ (ในเว็ปไซต์นี้)
    •    ว้าว! แนวคิดสร้างสรรค์ใดที่โดนใจจะถูกเลือกไปเป็นส่วนหนึ่งของต้นไม้แห่งแรงบันดาลใจที่จะจัดแสดงในงานวันเยาวชนเอเชีย 2017
         และจะมีคนเยอะทีเดียวที่เข้าไปอ่านและชื่นชม

    เยาวชนที่รัก เราสร้างสิ่งใหม่ๆ ได้ด้วยการลงมือทำสิ่งเล็กๆ

    ป.ล.   ถ้าเพื่อนพบว่ามันยากที่จะหาเพื่อนพูดคุยปรึกษาหารือ ก็ลองเข้าไปคุยกับพวกเราที่ social media AYD 2017 สิ
             พวกเรารอเธออยู่และพร้อมจะพูดคุยกับเธอ
     

[CYDNews] [AYD is] [Press release] [Pre Event I] [Pre Event II] [Pre Event III] [Pre Event IV] [Pre Event V]