นาที่นี้...ในนิรันดร์


    จากหนังสือ พลังแห่งชีวิต_พ่อ

    การขนย้ายสารพัดสมบัติของลูก ๆ ที่อายุตั้งแต่ 3-9 ปีมาใส่รถนั้น
    ไม่ใช่เรื่องสนุกสำหรับผมเลยแม้แต่น้อย แต่ผมก็ทำปาฏิหาริย์นี้ได้ตรงตามกำหนดเวลาพอดี
    คือเสร็จตั้งแต่เช้าตรู่ทีเดียว บัดนี้วันหยุดพักผ่อนของเราที่ทะเสลาบมิชิแกนสิ้นสุดแล้ว
    ผมกลับไปที่กระท่อม เห็นอีวี่ภรรยาของผมกำลังกวาดทรายเม็ดสุดท้ายออกจากพื้น

    “หกโมงครึ่งแล้วจ้ะ ได้เวลาไปแล้ว”  ผมบอก “ เด็ก ๆ ไปไหนกัน”

    อีวี่เก็บไม้กวาด “ฉันปล่อยให้แกไปวิ่งเล่นที่ริมทะเลสาบเป็นครั้งสุดท้ายค่ะ”
    ผมส่ายหน้า รู้สึกหงุดหงิดที่แผนการที่กำหนดเวลาไว้อย่างดีต้องมาล่าออกไป
    จะสู้อุตส่าห์ ตื่นตั้งแต่ฟ้าสางไปทำไม ถ้าไม่ได้ออกเดินทางก่อนที่รถจะเริ่มติดสาหัส
    อีกอย่าง เด็ก ๆ ก็ใช้เวลาสนุกสนานกันมาตลอด 2 อาทิตย์เต็ม ๆ แล้ว
    ทั้งเล่นก่อปราสาททราย เดินเก็บหินสวย ๆ ทะเลสาบเป็นกิโล ๆ
    วันนี้ก็ไม่ต้องทำอะไร แค่นั่งสบาย ๆ ในรถ จะหลับก็ยังได้
    มีแต่ผมเท่านั้น ที่ต้องตะลุยขับรถทางไกลกลับบ้านอยู่คนเดียว
    ผมเดินก้าวยาว ๆ ผ่านระเบียงออกมาที่ประตู
    จากตรงนี้ มองข้ามแนวสันทรายไป ผมเห็นลูก ๆ
    ทั้งสี่คนเล่นกันอยู่ตรงริมทะเลสาบ แกถอดรองเท้าเดินเขย่งลงไปในน้ำ
    คอยเล่นหลบคลื่น หัวเราะกันสนุกสนาน แข่งกันว่าใครจะเดินลงไปในทะเลสาบได้ลึกกว่ากัน
    โดยไม่ให้เสื้อผ้าเปียก นั้นยิ่งทำให้ผมโมโหหนักขึ้นไปอีก
    เพราะเสื้อผ้าแห้งผมเก็บใส่รถไปหมดแล้ว
    และพระเจ้าเท่านั้นที่รู้ว่ามันอยู่ตรงส่วนไหนของกระโปรงรถที่มีของยัดอยู่เต็มไปหมดแล้ว

    ผมยกมือขึ้นป้องปากด้วยท่าทางแข็งกร้าวราวกับนายทหารใหญ่
    ตั้งใจจะตะโกนสั่งให้ลูก ๆ เดินกลับมาขึ้นรถเสียตอนนั้นในทันที
    แต่คำพูดเหล่านั้นก็พลันชะงักติดอยู่ตรงริมฝีปาก
    ดวงอาทิตย์เพิ่งโผล่พ้นขอบฟ้า ทอแสงสีทองอาบไล้ร่างเล็ก ๆ  ที่กำลังเล่นกันอย่างสนุกสนาน
    สำหรับเด็ก ๆ แล้ว พวกเขาเหลือเวลาเพียงน้อยนิดนี้เท่านั้นที่จะดูดซับความสนุกสนาน
    จากแสงแดด ผืนน้ำและท้องฟ้าให้ได้จนถึงที่สุด

    ยิ่งผมเฝ้ามอง ฉากเบื้องหน้าก็ยิ่งทอแสงรัศมีอันแสนวิเศษ
    ช่วงเวลาแบบนี้คงไม่ได้เกิดให้เห็นกันง่าย ๆ อีกแล้ว
    ชีวิตหลังจากนี้หนึ่งปี หรือจะอีกสัก 10 ปี จะเปลี่ยนไปอย่างไร
    หรือสำหรับผม วินาทีนี้เท่านั้น คือ ปัจจุบันที่แท
    ภาพหาดทรายสีทองของเด็ก ๆ ลูกน้อยของผม
    แสงแดดที่ต้องเรือนผมเป็นประกาย เสียงหัวเราะสดใส
    สอดประสานทำนองของสายลมและเกลียวคลื่นดูกลมกลืน
    ทำไมนะ ผมถามตัวเอง นี่ผมตั้งใจจะออกเดินทางตอนหกโมงครึ่งให้ได้
    จนต้องผลุนผลันออกมาจากกระท่อมเพื่อมาตะโกนใส่ลูกแบบนี้เลยหรือ
    เอาเข้าจริง ผมก็ไม่เห็นต้องออกแต่เช้าเพื่อไปแข่งกับใครที่ไหน
    ถึงจะขับไปถึงโรงแรมที่พักช้าไปสักครึ่งชั่วโมงก็คงไม่ได้ทำให้ใครเดือนร้อน
    ผมกำลังสอนให้ลูกรู้จักวินัยหรือกำลังระบายอารมณ์ใส่ลูกกันแน่
    เพราะรู้ว่าตัวเองต้องขับรถเหนื่อยอีกตลอดทั้งวัน
    ถ้าผม “จรรโลง” ความทรงจำในวัยเด็กให้ลูกแค่นี้ไม่ได้
    ผมจะกลับไปพูดกับลูก ๆ เหมือนเดิมได้อย่างไร ทั้งในตอนนี้และในอนาคต

    ลูกสาวคนโตของผมโบกมือเรียกให้ไปหาที่ชายน้ำเบื้องล่าง
    ลูก ๆ คนอื่นพลอยกวักมือเรียกตามไปด้วย พวกแกร้องเรียกให้อีวี่และผมไปเล่นสนุกด้วยกัน
    ผมลังเลเพียงแค่อึดใจ แล้วก็วิ่งกลับเข้าไปในกระท่อมคว้าข้อมือภรรยาผม
    วิ่งไถลลงไปตามเนินทราย เตะรองเท้าเราทิ้งไป
    เรากล้าหาญชัยถึงขนาดลุยน้ำแซงหน้าลูก ๆ ไปอย่างสนุกสนาน
    อีวี่ดึงชายกระโปรงขึ้น ผมม้วนขากางเกงขึ้น อีวี่ลื่นล้มลงไปในน้ำพลางจงใจลากผมติดลงไปด้วย

    หลายปีต่อมา ผมยังรู้สึกเป็นสุขในหัวใจ เมื่อนึกถึงเสียงหัวเราะของลูก ๆ ในวันนั้น
    เราสนุกกันมากเหลือเกิน ทุกครั้งยามที่ลูก ๆ คุยอวดกันถึงความทรงจำที่ประทับใจที่สุด
    ช่วงเวลานั้น แม้จะผ่านพ้นไปนานแสนนานแล้ว
    ...ก็นับคงเป็นความทรงจำที่ล้ำค่าสำหรับทุกคน

    แกรแฮม พอร์เตอร์
     

ก่อนหน้านี้ / หน้าถัดไป

อ่านทั้งหมด

บ้าน
ครอบครัว

ศรัทธา
ความหวัง

มิตรภาพ
การแบ่งปัน

มากกว่ารัก
กำลังใจ

สติ
สร้างสัีนติ

กล้าก้าว
เติมฝัน