จากหนังสือ พลังแห่งชีวิต_พ่อ
แทบจะเป็นไปไม่ได้ ที่เมื่อภายนอกยิ้มรื่นแล้วจะไม่รู้สึกดีขึ้นที่ภายใน..................................................นิรนาม
ฉันยังไม่ลืมที่วันอากาศอบอุ่นในเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2508
เมื่อแม่เสียชีวิตอย่างไม่คาดฝันจากอาการเจ็บปวยที่ยังคงหาสาเหตุไม่ได้ในวัยเพียง 36 ปี
บ่ายของวันนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจแวะมาขออนุญาตพ่อเพื่อให้โรงพยาบาลใช้ลิ้นหัวใจกับแก้วตาของแม่
ฉันตกตะลึง หมออยากชำแหละแม่แล้วเอาไปให้คนอื่น ฉันคิดขณะวิ่งเข้าบ้านไปทั้งที่น้ำตายังไหลพราก
ในวัย 14 ปี ฉันไม่เข้าใจว่าทำไมคนเราจึงจำแนกส่วนคนที่ฉันรัก ยิ่งช้ำร้ายเมื่อพ่อบอกว่า ได้ครับ
พ่อปล่อยให้เขาทำแบบนั้นกับแม่ได้ยังไงคะ ฉันตะเบ็งเสียงใส่พ่อ
แม่เกิดมาสมบูรณ์ครบถ้วน แล้วแม่ก็ควรจะจากไปในสภาพเดียวกันนะคะ
ลินดา พ่อพูดค่อย ๆ พลางโอบแขนกอดฉันไว้
ของขวัญยิ่งใหญ่ที่สุดที่ลูกจะมอบให้คนอื่นได้คือส่วนต่าง ๆ ของตัวลูกเอง
แม่ของลูกและพ่อตกลงกันไว้นานมาแล้วว่า
ถ้าเราสามารถช่วยให้ชีวิตของใครแม้เพียงคนเดียวเปลี่ยนไปเมื่อเราตายไปแล้วได้
นั่นจะทำให้การตายของเรามีความหมายแท้จริง
พ่อพูดยืดยาวอธิบายว่าทั้งพ่อและแม่ตัดสินใจบริจาคอวัยวะ
บทเรียนที่พ่อมอบให้ฉันในวันนั้นกลายเป็นบทเรียนที่สำคัญที่สุดบทหนึ่งในชีวิต
หลายปีผ่านไป ฉันแต่งงานและมีครอบครัวของตัวเอง
ในพ.ศ. 2523 พ่อป่วยหนักด้วยภาวะเนื้อเยื่อมีอากาศ
และย้ายมาอยู่กับเราในช่วงหกปีหลังจากนั้น
เราใช้เวลามากมายคุยกันในเรื่องชีวิตและความตาย
พ่อบอกฉันอย่างแช่มชื่นว่า เมื่อพ่อตาย พ่ออยากให้ฉันบริจาคอวัยวะที่ยังอยู่ในสภาพดี
โดยเฉพาะดวงตาของพ่อ การมองเห็นเป็นของขวัญยิ่งใหญ่ที่สุดที่คนคนหนึ่งจะมอบให้ได้
พ่อบอก พลางตั้งข้อสังเกตว่า
จะดีวิเศษเพียงไหน หากจะสามารถช่วยเด็กสักคนให้มองเห็นได้
และวาดรูปม้าแบบที่เวนดี้ลูกสาวของฉันทำ
เวนดี้วาดรูปม้ามาตั้งแต่เล็ก ชนะรางวัลนับไม่ถ้วน
ลองวาดภาพว่าจะมีแม่คนหนึ่งที่สามารถรู้สึกภูมิใจหาุกลูกสาววาดรูปได้เหมือนเวนดี้สิจ๊ะ
พ่อพูด ลองคิดว่าลูกจะรู้สึกภูมิใจแค่ไหนที่รู้วาตาของพ่อทำให้เด็กคนนั้นมองเห็นได้
ฉันเล่าให้เวนดี้ฟังว่าคุณตาพูดอะไร แกน้ำตาคลอและเดินไปหาคุณตาในห้อง
ก่อนจะเดินไปหาและกอดคุณตาไว้แน่น แกอายุเพียง 14 ปี
...อายุเท่าฉันเมื่อครั้งที่ฉันได้รู้จักกับการบริจาคอวัยวะ ช่างแตกต่างกันจริง ๆ
พ่อจากไปในวันที่ 11 เมษายน พ.ศ.2529 และเราอุทิศดวงตาตามที่พ่อต้องการ
สามวันต่อมา เวนดี้พูดว่า
แม่คะ หนูภูมิใจในตัวแม่ค่ะ ที่แม่ทำให้คุณตาน่ะค่ะ
นั่นทำให้ลูกภูมิใจจริง ๆ หรือจ๊ะ ฉันถาม
จริงสิคะ ก็ถ้าตาใครมองไม่เห็นแล้วจะเป็นยังไง
เวลาหนูตาย หนูก็อยากจะบริจาคดวงตาเหมือนคุณตาค่ะ
ในนาทีนั้น ฉันรับรู้ว่าพ่อของฉันได้อุทิศสิ่งหนึ่งนอกเหนือจากดวงตา
พ่อจุดประกายในดวงตาของลูกสาวฉันไว้ แววตาแห่งความภูมิใจ
สิ่งที่ฉันไม่รู้เลยขณะกอดเวนดี้ในวันนั้นก็คือ
เพียงสองสัปดาห์ต่อมา ฉันต้องเซ็นเอกสารบริจาคอวัยวะอีกครั้ง
เวนดี้ลูกสาวผู้น่ารักและมีพรสวรรค์ของฉันเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ รถบรรทุกชนม้าขณะที่ขี่อยู่ริมถนน
ขณะเซ็นเอกสาร คำพูดของลูกก้องสะท้อนอยู่ในหู จริงสิคะ ก็ถ้าตาใครมองไม่เห็นแล้วจะเป็นยังไง
สามสัปดาห์ต่อมาหลังเวนดี้จากไป ฉันได้รับจดหมายจากธนาคารจักษุ
เรียนคุณริเวอร์ส
เราใคร่ขอแจ้งให้ทราบว่า การผ่าตัดเปลี่ยนแก้วตาประสบผลอย่างดี
และบัดนี้มีผู้ตาบอดสองรายสามารถมองเห็นได้ดังเดิม
ทั้งสองเป็นอนุสรณ์แก่บุตรสาวของท่าน ผู้ปรารถนาดีกับชีวิตจนยอมสละความงดงามให้ผู้อื่น
หากผู้รับบริจาคค้นพบความรักใคร่หลงใหลในม้าและลงนั่งร่าง ภาพเขียนในที่ใดที่หนึ่ง
ฉันคิดว่าฉันรู้ว่าผู้บริจาคคือใคร
และนั้นหมายถึงเด็กหญิงผมสีบลอนด์ ตาสีฟ้าคนนั้นจะยังคงวาดภาพต่อไป
ลินดา ริเวอร์ส