จากหนังสือ พลังแห่งชีวิต_พ่อ
บุคคลแรกที่สำคัญเหนือสิ่งอื่นใด คือคุณพ่อของเรา
แม้จะเป็นช่วงอัศจรรย์เพียงน้อยนิดในยามแรกแห่งชีวิต
แต่ล้วนจะส่งผลตราบจนเราตาย .................................................ไซร่า แม็กเฟ็ดเด็น
ผมเรียกมันว่า ปีแห่งความหลังครั้งแรก
เมื่อใดก็ตามที่คนที่คุณรักจากไป
ปีแรกที่ไม่มีเขาจะเต็มไปด้วยนาทีแห่งความทรงจำมากมายที่เกิดขึ้นเป็นครั้งแรก
จากเทศกาลต่าง ๆ ไม่ว่าจะเทศกาลวันเกิดหรือช่วงเวลาพิเศษอื่น ๆ อีกมากมาย
ชาร์ลส์ เพิร์กส์ พ่อของผมจากไปไนวันที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2541
หลังจากนั้น ไม่ถึงสองสัปดาห์ ผมฉลองงานวันเกิดครบรอบ 48 ปี โดยไม่มีพ่อ
เริ่มต้นของปีแห่งความหลัง แน่นอนว่าวันพิเศษต่าง ๆ ...
วันเกิดของพ่อ วันคริสตมาส วันปีใหม่ เป็นเรื่องทารุณสำหรับผม
โดยเฉพาะมื้อเย็นวันอาทิตย์ ปิกนิกวันอาทิตย์ และการไปสวนสาธารณะวันอาทิตย์
ยิ่งเตือนใจให้ผมระลึกถึงพ่อด้วยความเจ็บปวดโดยไม่ได้ตั้งใจ
ผมเป็นนักพูดเพื่อพัฒนากำลังใจมืออาชีพ ผมมักจะเล่าเรื่องของพ่อให้คนฟัง
ซึ่งพ่อไม่เคยรู้เรื่องนี้เลย บัดนี้ ทุกครั้งที่ผมเล่าถึงพ่อให้คนฟัง
ผมจะรู้สึกเหมือนพ่อเฝ้ามองและคอยฟังเรื่องต่าง ๆ เหล่านั้นเป็นครั้งแรก
ผมคิดเหมือนเด็ก ๆ ว่า กลับบ้านไปผมคงต้องเดือดร้อนแน่ ๆ
การกลับบ้านทำให้ผมคิดถึงเสียงโทรศัพท์จากพ่อ
ที่มักโทรมาเพื่อให้แน่ใจว่าผมกลับมาบ้านอย่างปลอดภัย
พ่อสวดขอให้พระเจ้าคุ้มครองลูก พ่อจะพูดแบบนี้
และผมจะตอบไปว่า ท่านคุ้มครองผมครับพ่อ ขอบคุณครับ
แต่ในปีแห่งความหลังนั้น วันที่ทารุณที่สุดคือวันพ่อ ในช่วงหลายปีหลังมานี้
เราแทบจะหาของขวัญที่เหมาะสมที่สุดให้พ่อไม่ได้
และส่วนใหญ่ก็จะลงเอยด้วยการให้บัตรกำนัลเป็นของขวัญแก่พ่อ
คล้าย ๆ กับเป็นของตาย อะไรทำนองนั้น ผมเองก็ไม่รู้สึกว่ามันจะเข้าท่าสักเท่าไร
แถมยังดูไร้ความคิดและไม่ค่อยเต็มใจให้อย่างไรก็ไม่รู้
ปีนี้ผมจะให้อะไรพ่อดี การเอาดอกไม้ไปวางบนหลุมศพ
ดูจะไร้อารมณ์และไม่มีความหมายอะไรเลย
เสียงพ่อเหมือนกับจะบอกผมแต่ไกลว่า ไม่ต้องเสียเงินกับของพรรณนั้นหรอก
แล้วผมก็นึกได้ ของขวัญที่เยี่ยมที่สุดสำหรับพ่อ
เช้าตรู่วันพ่อ ผมขับรถไปที่สุสาน ผมรู้ว่านี่คือช่วงเวลาที่ยากสำหรับผม
ที่นั่นจะต้องมีคนนับร้อยมาเยี่ยมบุคคลผู้เป็นที่รัก
ทีแรกผมได้แต่นั่งอยู่ในรถและคอยมองไปเรื่อย ๆ
บางคนก็ร้องไห้สวดมนต์ บางคนก็ขับรถมาวางดอกไม้ที่หินเหนือหลุมศพแล้วก็จากไปอย่างรวดเร็ว
ผมจะจอดรถติดกับหลุมศพของพ่อ นึกถึงช่วงเวลาที่ผ่านมาแล้วก็ร้องไห้
ผมก้าวลงรถอย่างที่ตั้งใจ เปิดประตูรถค้างไว้
ก่อนที่จะเอื้อมมือไปเปิดแผ่นซีดีที่ผมเพิ่งไปบันทึกมา
ผมคิดว่าพ่อคงจะภูมิใจในความสำเร็จของผม สมัยยังหนุ่มพ่อชอบร้องเพลง
เป็นพรสวรรค์อีกอย่างที่พ่อส่งมอบให้กับผม ผมมักจะร้องเพลงระหว่างการพูด
แต่พ่อไม่ได้ร้องเพลงอีก หลังจากที่แม่ตายด้วยโรคมะเร็งในปี พ.ศ. 2515
ปิดรถแล้วเดินไปหยุดอยู่ที่ปลายหลุมศพ ขณะเสียงดนตรีเริ่มบรรเลงออกมาจากรถ
แล้วผมก็ตั้งใจร้องเพลงโปรดของพ่อ เพลง Danny Boy
ที่จริงทุกครั้งที่พ่อได้ยินเพลงนี้ พ่อจะคิดถึงทอม น้องชายของผม
พ่อยังเปลี่ยนเนื้อเพลงว่า Oh Tommy Boy ผมเจอเนื้อเพลงนี้ในกล่องสมบัติของพ่อโดยบังเอิญ
และหยิบเอาไปอ่านในงานศพให้ทุกคนประหลาดใจด้วย แต่วันนี้ผมกำลังร้องเพลงนี้ให้พ่อฟัง
แล้วฉันจะได้ยินแม้เพียงแผ่วค่อย ยามเจ้าดำเนินรอยอยู่ ณ เบื้องบนนั้น
พ่อจะต้องได้ยินเสียงเพลงของผม
เพราะเจ้าจะก้มลงและบอกฉัน ว่ารักฉันชั่วกาล น้ำตาไหลลงอาบแก้ม ขณะผมพูดว่า
ผมรักพ่อครับ สุขสันต์วันพ่อ ผมร้องเพลงต่อไปไม่ไหว
และกลับไปนั่งร้องไห้ในรถราวกับเด็กหลงทาง
เมื่อวานคือวันที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ.2541 ปีแห่งความหลังของผมสิ้นสุดลง
แต่ความรักของผมที่มีต่อพ่อจะคงอยู่ตลอดไป
บ๊อบ เพิร์กส์