...ลูกสาวของพ่อ...
จากหนังสือ พลังแห่งชีวิต_พ่อ
แม่บอกพ่อให้หนูได้ไหมคะ มันเป็นช่วงที่เลวร้ายที่สุด การบอกแม่ว่าฉันท้องอายุ 17 เป็นเรื่องที่สาหัสเอาการอยู่ แต่ถ้าให้บอกพ่อเองด้วย เห็นทีจะไม่ไหว พ่อคอยให้กำลังใจฉันมาตลอดชีวิต และมักจะมองฉันด้วยความภาคภูมิใจเสมอ และฉันก็พยายามที่จะทำทุกอย่างให้พ่อภูมิใจ จนถึงวันนี้ นาทีนี้ทั้งหมดนั่นกำลังจะล่มสลาย ไปต่อหน้าต่อตา ฉันจะไม่ได้เป็นลูกสาวแสนรักของพ่ออีกต่อไป พ่อจะไม่มีวันมองฉันด้วยสายตาแบบเดิมอีกแล้ว ฉันถอนใจอย่างยอมแพ้และเอนอิงพิงแม่ เพื่อขอความอุ่นใจ แม่จะต้องพาหนูไปอยู่ที่อื่นตอนแม่บอกพ่อ หนูเข้าใจนะจ๊ะว่า เพราะอะไรเข้าใจค่ะ แม่ เพราะพ่อจะมองหน้าฉันไม่ได้ นั่นคือเหตุผลตลอดค่ำ ฉันไปอยู่กับคุณพ่อลู หลวงพ่อประจำโบสถ์ของเรา ท่านเป็นคนเดียวที่ฉันอยู่ด้วยแล้วจะรู้สึกสบายใจที่สุดในตอนนั้น ท่านคุยปลอบโยนฉันและให้คำแนะนำต่าง ๆ นานา ขณะที่แม่กลับบ้านและโทรศัพท์ไปบอกข่าว (ร้าย) กับพ่อที่ทำงาน ภาพต่าง ๆ เกิดขึ้นเหมือนความฝัน ในตอนนั้นการได้อยู่กับคนที่ไม่ตัดสินคุณเป็นเรื่องที่ดีที่สุด หลวงพ่อกับฉันสวดมนต์และสนทนากัน จนฉันเริ่มยอมรับและเข้าใจ เส้นทางชีวิตที่รอฉันอยู่เบื้องหน้า แสงไฟจากหน้ารถลอดผ่านหน้าต่างโบสถ์เข้ามาแม่มารับฉันกลับบ้าน และพ่อก็คงมากับแม่ด้วย ฉันกลัวจับใจ รีบวิ่งออกจากห้องนั่งเล่นเข้าไปอยู่ในห้องน้ำเล็ก ๆ แล้วปิดประตูเงียบ คุณพ่อลูตามมา และตำหนิฉันด้วยเสียงแผ่วเบาหนูอย่าทำแบบนี้เลย ยังไงหนูก็ต้องพบหน้าพ่อ ไม่ช้าก็เร็ว พ่อไม่ยอมกลับบ้านโดยไม่มีหนูแน่ ๆ ออกมาเถอะก็ได้ค่ะ แต่คุณพ่อต้องไม่ทิ้งหนูไว้คนเดียวนะคะ หนูกลัวแน่นอนจ้ะฉันเปิดประตูและเดินตามคุณพ่อล ูกลับไปที่ห้องนั่งเล่นอย่างเนิบช้า แม่กับพ่อยังไม่เข้ามา คงยังนั่งกันอยุ่ในรถ แม่คงบอกพ่อว่า ควรจะพูดอะไร หรือทำอะไรเมื่อเจอหน้าฉัน แม่คงรู้ว่าฉันกลัวมาก แต่ฉันไม่ได้กลัวว่าพ่อจะดุด่าว่ากล่าว หรือมาแผดอารมณ์ใส่ ฉันไม่ได้กลัวเรื่องนั้น แต่ที่ฉันกลัวก็คือแววตาอันเศร้าสร้อยของพ่อ เมื่อพ่อรู้ว่าฉันเดือดร้อนและเจ็บปวด แต่ฉันยังดึงดันไม่กลับไปหาพ่อ ไม่ไปของความช่วยเหลือจากท่าน นั่นต่างหากที่ฉันกลัว กลัวว่าฉันจะไม่ใช่ลูกสาวน้อย ๆ ของพ่ออีกต่อไปเสียงฝีเท้าเดินผ่านมาตามระเบียง เสียงเคาะประตูไม้ที่ย้ำเยา ๆ พอได้ยิน ริมฝีปากของฉันสั่นระริก เปิดทางให้น้ำตาไหลพรูอีกครั้ง ฉันแอบอยู่ข้างหลังคุณพ่อลู แม่เดินเข้ามาก่อน และกอดท่าน หันมามองฉัน พร้อมกับส่งยิ้มเหนื่อยอ่อนมาให้ ตาของแม่บวมเพราะร้องไห้ ฉันนึกขอบคุณที่แม่กลั้นน้ำตาได้ตอนนี้ และพ่อก็เข้ามา... พ่อไม่สัมผัสมือกับคุณพ่อลู เพียงแค่พยักหน้าน้อย ๆ และเดินเร็ว ๆ ผ่านไป เพื่อตรงมารวบตัวฉันเข้าไปกอดไว้ในอ้อมแขนอันแข็งแรงของพ่อ พ่อกอดฉันแน่นด้วยและกระซิบพูดว่า พ่อรักลูก พ่อรักลูก และพ่อจะรักลูกของลูกพ่อด้วย พ่อไม่ได้ร้องไห้ นั่นไม่ใช่วิสัยของพ่อ แต่ฉันรู้สึกถึงร่างที่สั่นน้อย ๆ ของพ่อ ฉันรู้ว่าพ่อกำลังกลั้นน้ำตาอย่างเต็มกลืน ฉันรักพ่อสุดใจ และขอบคุณพ่อมาก พ่อผละออกไปและมองฉันเต็มตา สายตานั้นมีแต่ความรักและความภาคภูมิใจอย่างไม่เคยเลือน แม้ในเวลาที่ยากเย็นเยี่ยงนั้นหนูเสียใจค่ะพ่อ หนูรักพ่อค่ะพ่อรู้ เรากลับบ้านกันเถอะนะ แล้วเราทั้งหมดก็กลับบ้าน ความกลัวในใจฉันมลายหายไปสิ้น แม้จะยังมีความเจ็บปวดและบททดสอบที่ฉันยังนึกไม่ถึงรอคอยอยู่เบื้องหน้า แต่ฉันรู้ว่าครอบครัวที่อบอุ่นและเปี่ยมด้วยความรักจะคอยอยู่เคียงข้างฉันเสมอ เหนือสิ่งอื่นใด ฉันยังคงเป็นลูกสาวแสนรักของพ่อ และคราวนี้แม้ขุนเขาจะสูงใหญ่เพียงไหน ฉันก็จะข้ามมันไปได้ หรือแม้พายุจะแรงเพียงใด ฉันจะฝ่าฟันมันไปได้เสมอ ข อ บ คุ ณ เ ห ลื อ เ กิ น ค่ ะ พ่อ
มิเชล แคมป์เบล
ก่อนหน้านี้ / หน้าถัดไป
อ่านทั้งหมด
บ้านครอบครัว
ศรัทธาความหวัง
มิตรภาพการแบ่งปัน
มากกว่ารักกำลังใจ
สติสร้างสัีนติ
กล้าก้าวเติมฝัน