จากหนังสือ พลังแห่งชีวิต_พ่อ
จงพูดกันดี ๆ พิชิตใจด้วยรัก ดีกว่าด้วยเกรง..................................................สุภาษิตอามิช
เมื่อไม่นานมานี้ พอผมจบหัวข้อสัมมนาเรื่อง การพูดตอกย้ำที่จำเป็น
จู่ ๆ ก็มีหญิงแปลกหน้าคนหนึ่งเดินเข้ามารั้งแขนผมไว้
ดอกเตอร์เทรนต์คะ ดิฉันขอเล่าเรื่องส่วนตัวให้ฟังสักนิดได้ไหมคะ เธอถาม
เผอิญ จริง ๆ เป็นเรื่องของลูกชายกับหลานชายดิฉันน่ะค่ะ
แ่ต่คิดว่า น่าจะเป็นตัวอย่างที่ดีของเรื่องที่คุณเพิ่งพูดจบไป เรื่องการพูดตอกย้ำที่จำเป็นน่ะค่ะ
ลูกชายดิฉันมีลูกสาว 2 คน คนหนึ่ง 5 ขวบ อีกคนต้องเรียกว่า สุดซน 2 ขวบ ค่ะ
ถ้าย่าเด็กบอกว่าเป็น สุดซนสองขวบ ก็เชื่อเถอะครับว่าสุด ๆ จริง ๆ
หลายปีมาแล้วค่ะ ที่ลูกชายดิฉันพาลูกสาวคนโตไปเที่ยวกันสองต่อสอง
ส่วนคนเล็ก เพิ่งจะเริ่มพากันไป เมื่อไม่นานมานี้เอง
ครั้งแรกที่พาลูกสาวคนเล็กไปเที่ยว พ่อแกก็จัดแจงเข้าไปกินอาหารเช้าที่ร้านฟาสต์ฟู้ดทันที
พอพนักงานมาเสริมแพนเค้กให้ที่โต๊ะ ลูกชายดิฉันก็ตัดสินใจทันทีว่า
ถึงเวลาแล้วที่จะบอกว่าพ่อรักและชื่นชมลูกมากแค่ไหน
เจนนี่ ลูกชายของเธอพูด พ่ออยากจะบอกลูกว่าพ่อรักลูกมากนะ
แล้วลูกก็เป็นคนพิเศษสำหรับพ่อกับแม่เสมอ เราสวดวอนขอลูกมาหลายปี
แล้วตอนนี้ลูกก็มาอยู่กับเราที่นี่แล้ว ลูกโตเป็นสาวน้อยน่ารัก และพ่อกับแม่ก็ภูมิใจลูกมากเหลือเกิน
ทันทีที่พูดจบ เขาก็เอื้อมไปหยิบส้อมเพื่อเริ่มลงมือรับประทานอาหาร...
แต่ยังไม่ทันจะยกส้อมเข้าปาก ลูกสาวของเขาก็ยื่นมือเล็ก ๆ มาวางลงบนมือพ่อ
เขาประสานสายตากับเธอ แล้วเสียงเล็ก ๆ กึ่งอ้อนนิด ๆ ของเธอก็เปล่งออกมาว่า
พูดอีกสิคะ พ่อขา พูดอีก...
เขาวางส้อมลงและจัดแจงบอกเหตุผลอื่น ๆ กับเธอว่าพ่อแม่รักและชื่นชมแกมากแค่ไหน
อีกครั้ง...เขากำลังจะเอื้อมไปหยิบส้อม ครั้งที่สอง...ครั้งที่สาม...และครั้งที่สี่
ที่เขาได้ยินเสียงของลูกสาวตัวน้อยพูดขึ้นว่า พูดอีกสิคะ พอขา พูดอีก...
เช้าวันนั้น พ่อของลูกสาวคนนี้แทบไม่มีอะไรตกถึงท้องเลย
แต่ท่าทางลูกสาวจะเต็มตื้นไปหมดกับคำของพ่อที่รอมานานแสนนาน
พอหลังจากวันนั้น 2-3 วัน เด็กหญิงก็วิงรี่เข้าไปกอดแม่ และบอกแม่ของเธอว่า
แม่ขา หนูเป็นลูกสาวคนพิเศษจริง ๆ นะคะ พ่อเค้าบอกหนูเอง
จอห์น เทรนต์