...ตะกอนกลิ่นหญ้า...


    จากหนังสือ พลังแห่งชีวิต_พ่อ


    ไม่สำคัญว่า “พ่อของฉันเป็นใคร สำคัญอยู่ที่ฉันยังจำพ่อได้...เท่านั้น” ........................แอนน์ เซ็กสตัน

    แอมเบอร์เพิ่งรู้ว่า การนอนบนพื้นสนามหญ้าสีเขียวมรกตที่เพิ่งตัดใหม่ ๆ ช่างสดชื่น
    และเงียบสงบจริง ๆ กลิ่มหอมจากผืนหญ้าที่ฉ่ำไปด้วยน้ำ
    ทำให้ใจของแอมเบอร์หวนกลับไปคิดถึงเมื่อตอนที่เธออายุได้ 4 ขวบ
    เธอนอนแผ่อยู่บนพื้นหญ้า จ้องมองผืนฟ้าสีฟ้านุ่ม ๆ เธอกับพ่อจะชอบมองเมฆเป็นรูปสัตว์ต่าง ๆ
    และพ่อจะชอบบอกว่าเมฆพวกนั้นเหมือนช้างทุกก้อน
    ถึงตอนนั้น จักจั่นจะขับขานดนตรีแห่งฤดูร้อน
    แม้อากาศจะแสนร้อน แต่อากาศที่ชื่นฉ่ำบริเวณสนามหญาหลังบ้าน
    ก็ช่วยให้ความเย็นสบายแก่แอมเบอร์และพ่อได้เสมอ

    ทุกครั้งเมื่อนึกถึงฤดูร้อนในวัยเยาว์
    แอมเบอร์จะชอบนึกถึงสนามหญ้า แตงโม ไอศกรีมแท่ง
    สระน้ำพลาสติก หัวฉีดรดสนาม ท้องฟ้าใส น้ำสะอาด และผืนหญ้าสีเขียวสด
    แอบเบอร์ ละจากห้วงภวังค์และเดินมาเปิดประตู
    รู้สึกว่าช่วงหลัง ๆ มานี้ใจเธอมักจะประหวัดคิดถึงความทรงจำที่สนามหญ้าหลังบ้านกับพ่อของเธอ
    เมื่อช่วงฤดูร้อนที่ผ่านมาบ่อยเหลือเกิน

    พ่อจากเธอไปเมื่อวันที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2534 ตอนที่เธออายุได้ 5 ขวบพอดี
    หมอบอกว่าพ่อป่วยเป็นโรคมะเร็งในฤดูร้อนปีนั้น แต่ไม่ยอมบอกให้แอมเบอร์รู้
    เพราะไม่อยากทำลายช่วง 2-3 สัปดาห์ สุดท้ายที่พ่อจะได้อยู่กับเธอ
    พักหลังมานี้ แอมเบอร์คิดถึงพ่อมาก พ่ออายุครบ 45 เมื่ออังคารที่ผ่านมา
    ถึงพ่อจะตายไปตอนที่เธอยังเล็กอยู่ แต่เธอก็ยังจำทุกอย่างได้ดี
    รอยยิ้มกว้างของพ่อ ผิวของพ่อที่ออกจะดูคล้ำ นิด ๆ เสียงหัวเราะสดใสที่ชวนสบายใจ
    เธอรักทุกช่วงเวลาที่ได้อยู่กับพ่อ และรู้ว่าเธอคือลูกสาวของพ่อจริง ๆ
    แอมเบอร์วางของลงบนโต๊ะทำงานของแม่ และเริ่มทำการบ้านวิชาประวัติศาสตร์ของเธอ
    20 นาทีผ่านไป เธอบิดขี้เกียจและกวาดตามองไปรอบๆ
    คิดว่าจะหากบมาเหลาดินสอสักหน่อย เธอรื้อลิ้นชักโต๊ะทำงานไม้โอ๊กตัวเก่าทุกชั้น
    แล้วก็ไปสะดุดกับสมุดสีฟ้าปอน ๆ เล่มหนึ่งบนกองหนังสือ
    เธอลูบปกหนังสือด้วยมือที่สั่นเทา และกลั้นใจเปิดสมุดออกดู
    ตัวหนังสือหวัด ๆ สีดำมีข้อความดังนี้

    26 กรกฎาคม 2534…….
    ฉันยังไม่ได้บอกข่าวให้นางฟ้าตัวน้อยรู้เลย
    ทุกครั้งที่เห็นดวงตาใส ๆ ของลูก ฉันเป็นต้องนึกหาคำพูดไม่ออกทุกที
    ฉันคงต้องคิดถึงแกมากฉันรู้ ฉันอยากจะอยู่ดูแลแกต่อไปเรื่อย ๆ
    เราสองคนเหมือนกันมาก ฉันสวดขอพรกับพระเจ้าทุกวัน
    ให้ลูกสุขภาพเข็งแรง และงดงามอย่างที่เธอเป็น และจะคอยเฝ้าดูเธอข้างบนนั้น
    เมื่อตอนที่ฉันจากโลกนี้ไป ฉันคงคิดถึงวันเวลาของเราสองคนที่สนามหญ้าหลังบ้านจนแทบขาดใจ
    แต่ฉันก็จะรอ รอวันที่ฉันกับลูกจะได้กลับมาเล่นด้วยกันอีกครั้ง ณ ที่สวรรค์เบื้องบน

    แอมเบอร์วางสมุดลง เธอไม่จำเป็นต้องอ่านต่อไป
    น้ำตาเธอระรื้นชึ้นมาอย่างเงียบ ๆ อาจเป็นเพราะความเศร้าส่วนหนึ่ง
    และคงเป็นเพราะความสุขด้วยอีกส่วนหนึ่ง
    แต่อีกส่วนหนึ่งที่สำคัญก็คือ
    ต้นฟางหญ้าเล็ก ๆ ที่หล่นมาจากหนังสือและสัมผัสเธอที่กลางฝ่ามืออันสั่นเทานั้น

    อะเนเลียด ไอแซค
     

ก่อนหน้านี้ / หน้าถัดไป

อ่านทั้งหมด

บ้าน
ครอบครัว

ศรัทธา
ความหวัง

มิตรภาพ
การแบ่งปัน

มากกว่ารัก
กำลังใจ

สติ
สร้างสัีนติ

กล้าก้าว
เติมฝัน