...ตัวสำรอง...


    จากหนังสือ พลังแห่งชีวิต_พ่อ

    เสื้อแม้ขาดยังปะชุนได้ แต่ถ้อนคำรุนแรงจะทิ้งรอยแผลไว้ในใจเด็กเสมอ........เฮนรี่ เวดสเวิร์ธ ลองเฟลโล่

    ผมยังจำเหตุการณ์ครั้งที่แรนดี้ลูกชายของเราเล่นเบสบอลลิตเติลลีกได้ดี
    ปีนั้นแรนดี้ ตีได้ 500 เท่าที่ผมจำได้ แกทำซิงเกิ้ลเพียง 2 ครั้งเท่านั้น
    ส่วนใหญ่ แรนดี้จะทำดับเบิ้ล แล้วก็มีทริบเปิ้ล แล้วก็ทำโฮมรันได้บ้าง
    แต่แกจะตีไกลถึงรั้วเอ๊าท์ฟีลได้ตลอด ทั้งรวดเดียวหรือกระดอน 2 ครั้ง
    ซึ่งนับว่าดีสำหรับเอ็กตร้าเบสในลิตเติ้ลลีก

    ปีนั้นเป็นปีทองของแก และพ่อของแกคนนี้ก็ปลาบปลื้มกับความเก่งกาจของลูกคนนี้เหลือเกิน
    แต่ถึงจะเป็นปีทองของแรนดี้ ผมก็รู้สึกว่าโค้ชจะสั่งให้แรนดี้พักอยู่นานพอสมควร
    เพราะโค้ชพยายามให้เด็กผลัดกันลงเล่นให้มากที่สุด
    และแรนดี้ก็ดูจะใจดีและพลอยเห็นดีเห็นงามไปด้วย
    แถมดูจะชอบใจเวลาที่คนอื่นได้มีโอกาสแสดงฝีมือ
    ดูไม่เห็นจะเดือนร้อนอะไรเลย  แต่ผมซิ!
    ผมจำได้ว่า ต่อว่าเรื่องนี้กับโค้ชไปหลายครั้งอยู่
    โค้ชมีสิทธิ์อะไรมากีดกันเด็กที่กำลังมาแรงแบบนี้
    โค้ชคิดยังไงเอาเด็กพวกนั้นลงแทนแรนดี้ ดูไม่เห็นจะใส่ใจการเล่นเท่าไร
    เก่งก็ไม่เก่ง โค้ชไม่ได้อยากเล่นให้ชนะหรืออย่างไร
    เขาไม่รู้หรือไงว่า กำลังส่งสัญญาณผิด
    ทำให้เด็ก “ตัวจริง” ที่เก่งและดีที่สุดต้องถูกสั่งพักที่ข้างสนาม

    อันที่จริงคนที่ส่งสัญญาณผิดคงเป็็้นผมเอง ไม่ใช่โค้ช
    เป็นเพราะผมไม่รู้จักยับยั้งความอยากชนะจนออกหน้าของตัวเอง
    จนทำให้คนอื่นได้รับสัญญาณแบบผิด ๆ ไป
    แรนดี้ไม่ชอบให้ผมไปเจอโค้ช มันทำให้แกเสียสมาธิและอายคนอื่น ๆ
    กลายเป็นว่าแกจะคอยหันไปมองและคอยดูว่าพ่อจะทำอย่างไร
    เมื่อโค้ชบอกแกทำอย่างนั้นหรืออย่างนี้
    มันเหมือนห้วงมืดในช่วงปีทองของแรนดี้ลึก ๆ แล้วผมรู้ว่าผมทำไม่ถูกใจลูก
    และผมขอให้พระเจ้าช่วยให้ผมรามือกับเรื่องนี้บ้าง
    เมื่อแรนดี้ได้ลงเล่นในทีมออลสตาร์ เราตื่นเต้นกันมาก
    ผมจำได้ว่า วันนั้นผมรีบเผ่นกลับบ้านเพื่อจะไปให้ทันดูการแข่งขัน
    แต่ผมล่าไปเล็กน้อย ตอนเดินออกจากที่จอดรถและมุ่งตรงไปยังสนาม
    ทีมของแรนดี้ลงเล่นแล้ว และหัวใจของผมเริ่มเต้นรัวเร้วขึ้น
    แต่แรนดี้อยู่ไหน ผมเดินเกือบจะไปถึงอัฒจันทร์กลางแจ้ง
    เมื่อเห็นแรนดี้นั่งอยู่ตรงนั้น...คนเดียว...บนม้านั่งสำหรับผู้เล่นที่ไม่ได้ลงแข่ง
    จบกัน ไม่เข้าท่าเลย นั่นคือเด็กที่ทำแต้มเฉลี่ยนำหน้าและเล่นได้ยอดเยี่ยมในสนาม
    แต่กลับมาเริ่มเล่นในสนาม แต่กลับมาเริ่มเล่นออลสตาร์ด้วยการเป็นตัวสำรอง
    แรนดี้หันมาส่งสายตาที่ปราศจากรอยยิ้มให้ผม และมองจนผมหาที่นั่งอัฒจันทร์ได้
    พอเห็นสีหน้าของลูกแล้ว ผมรู้ทันทีว่าลูกกำลังคิดอะไร

    แย่แน่ ฉันรู้ว่าพ่อผิดหวังและคงเสียใจน่าดูที่เห็นฉันนั่งอยู่ตรงนี้
    พระเจ้าช่วย อย่าให้พ่อพูดหรือแสดงอะไรออกมาเลย

    ขอบคุณพระเจ้า นั่นเป็นหนึ่งในเสี้ยววินาทีที่ในสุดผมก็ได้ทำในสิ่งที่ถูกต้อง
    ตอนที่ผมขับรถจากสนามบินมาสนามแข่งขัน ผมรู้สึกจริง ๆ
    ว่าจำเป็นต้องสื่อให้หนุ่มน้อยรู้ว่าผมภูมิใจในตัวแกแค่ไหน...
    และแกไม่จำเป็นต้อง “แสดง” ฝีมืออะไรเพื่อให้ผมภูมิใจเลย
    ผมเดินไปที่รั้วและชะโงกตัวออกไป ลูกชายผมเงยหน้าขึ้นด้วยสีหน้าที่ดูเกรง ๆ

    “แรนดี้” ผมพูด “พ่ออยากบอกให้ลูกรู้ว่า พ่อภูมิใจในตัวลูกเสมอ
    ไม่ว่าลูกจะนั่งอยู่ตรงนี้ หรือจะไปยืนที่เบสที่สนาม และทำโฮมรัน
    ไม่มีอะไรที่จะทำให้พ่อภูมิใจในตัวลูกได้มากไปกว่านี้อีกแล้ว
    ลูกเป็นลูกของพ่อ ลูกไม่จำเป็นต้องทำอะไรเพื่อเอาใจพ่อหรือทำให้พ่อพอใจทุกอย่างก็ได้
    ถึงอย่างไรพ่อก็ให้ลูกเต็มร้อย พอรักลูกนะ แรนดี้”

    น้ำตาเอ่อท้นดวงตาของแรนดี้ แกส่งยิ้มมาให้
    ผมรู้ว่าวันนี้ผมพูดโดนใจแกที่สุด
    พร้อมกับนึกขอบคุณพระเจ้าที่ทำให้ผมได้ทำสิ่งที่ถูกต้องที่สุดให้กับลูกในวันนั้น

    เจมส์ โรบินสัน
     

ก่อนหน้านี้ / หน้าถัดไป

อ่านทั้งหมด

บ้าน
ครอบครัว

ศรัทธา
ความหวัง

มิตรภาพ
การแบ่งปัน

มากกว่ารัก
กำลังใจ

สติ
สร้างสัีนติ

กล้าก้าว
เติมฝัน