|
....เรื่องเล่าสอนใจ....โดย ป.แก้ว
จากหนังสือ นิตยสารดอนบอสโก ฉบับเดือนกันยายน 2009
 |
ณ วัดบ้านไร่แห่งหนึ่ง หลวงตาเพิ่งกลับจากการบิณฑบาต เห็นลูกศิษย์วัดนั่งร้องไห้สะอึกสะอื้น จึงเข้าไปถามไถ่ว่าเป็นอะไร ลูกศิษย์ตอบกลับมาว่า
ผมถูกใส่ร้าย ผมไม่ได้ขโมยเงินในหอพระ แต่ผมเข้าไปปัดกวาดเช็ดถูบ่อย ๆ ทุกคนก็หาว่า ผมเป็นขโมย ไม่มีใครเชื่อผมเลย ฮือ ฮือ หลวงตานั่งลงข้าง ๆ พยักหน้าเข้าใจ แล้วสอนลูกศิษย์ว่า
เจ้ารู้ไหม ในตัวเรามีคนอยู่สามคน คนแรก คือ คนที่เราอยากจะเป็น คนที่สองคือ คนที่คนอื่นคิดว่าเราเป็น คนที่สามคือ ตัวเราที่เป็นเราจริง ๆ
ลูกศิษย์หยุดร้องไห้ นั่งนิ่งฟังหลวงตาขยายความ
คนเราล้วนมีความฝัน ความทะยานอยาก ตามประสาปุถุชนทั่วไป ไม่ใช่สิ่งเลวร้าย บางครั้งความฝันก็เป็นสิ่งสวยงาม เป็นพลังที่ทำให้เราก้าวเดิน เช่น บางคนอยากเป็นนักร้อง เป็นนักมวย เป็นดารา
ถ้าถึงจุดหมาย เราก็จะรู้สึกว่า โลกนี้ช่างสว่างไสวสวยงาม ดังนั้น เราควรมีความฝันไว้ เพื่อเป็นเครื่องหล่อเลี้ยงหัวใจ
มาถึงไอ้ตัวที่สอง จะเป็นเราแบบที่คนอื่นยัดเยียดให้เป็น
บางครั้งก็ยัดเยียดว่า เราดีเลิศเลอ จนเรารู้สึกอาย เพราะจิตสำนึกเรารู้ดีว่า...มันไม่จริงหรอก แต่เราก็ยิ้มรับ แต่บางครั้งไอ้ตัวที่สองนี้ ก็มหาอัปลักษณ์ จนไม่อยากจะนึกถึง
ซ้ำร้ายยังเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา เพราะมันเป็นโลกในมือคนอื่น มันเป็นสิ่งแปลกปลอมที่คนอื่นหยิบยื่นให้ ตัวอย่างเช่น คนขับสิบล้อ จอดรถอยู่ข้างทางเฉย ๆ เช้ามาพบศพอยู่ใต้ท้องรถ ก็ต้องขับรถหนี
ทั้ง ๆ ที่ศพนั้นถูกรถชนตายอีกฝั่ง แล้วดันถลามาติดที่ใต้ท้องรถ แต่ขึ้นขื่อว่า...เป็นคนขับสิบล้อ บางคนก็ตัดสินไปแล้วว่า เขาเป็นฆาตกร
สมัยที่หลวงตายังไม่ได้บวช เคยไปส่งเพื่อนผู้หญิงที่มีสามีแล้ว
เพราะเห็นว่า...บ้านเป็นซอยเปลี่ยว ส่งได้สองครั้งก็เป็นเรื่อง ชาวบ้านซุบซิบนินทา หาว่าเป็นชู้กับเมียชาวบ้าน คนที่เห็นนั้นมองคนอื่นด้วยใจที่หยาบช้า ไร้วิจารณญาณ
ใจแคบ มองคนอื่นผ่านกระจกสีดำแห่งใจตัวเอง คนเหล่านี้มีอยู่มากมายทั่วไปในสังคม เจ้าต้องจำไว้นะ ทุกครั้งที่เราว่า...คนอื่นเลว คนอื่นไม่ดี ก็เท่ากับว่า...เราประจานความมืดดำในใจตัวเองออกมา
หากว่าเห็นสิ่งไม่ดีของใคร จงเตือนตัวเองว่า อย่าทำ อย่าเลียนแบบ นั่นแหละวิถีของนักปราชญ์ ถ้าเอานินทาว่าร้าย เรียกว่า วิถีของคนพาล
แล้วเราจะต้องทำตัวอย่างไรละครับ
ในเมื่อต้องเจอคนเหล่านี้อยู่เรื่อย ๆ แทบทุกวัน ลูกศิษย์หยุดร้องไห้ แล้วเริ่มสนทนาโต้ตอบหลวงตา
เจ้าต้องทำความเข้าใจจิตใจมนุษย์ โดยเรียนรู้ว่า
ความเข้าใจผิดนั่นเกิดขึ้นได้เสมอ เราห้ามใจใครไม่ได้ สิ่งใดที่เราไม่ได้ทำ ไม่ได้คิด ไม่ได้เป็น แต่คนอื่นคอยยัดเยียดให้ เราก็ไม่ควรให้ความสำคัญ
เพราะเราสัมผัสได้ว่า สิ่งนั้นไม่มีอยู่จริง ใจเราควรสงบนิ่ง ใจคนอื่นต่างหาก ที่ควรซักฟอกให้ขาวสะอาดกว่าที่เป็น เขาเหล่านั้นเองจึงเป็นบุคคลที่น่าสงสาร เพราะเขามีเวลามองคนอื่น แต่ไม่มีเวลามองตัวเอง
จงแผ่เมตตาให้เขาไป เจ้าเข้าใจแล้วใช่ไหม
เข้าใจแล้วครับหลวงตา เด็กน้อยยิ้มอย่างมีความสุขอีกครั้ง...
|